ตอนที่ 3 .. ลงเรือลำเดียว..เที่ยวด้วยกัน
วันที่สามของการท่องเที่ยวในทริปนี้ เรามีนัดไปเที่ยวเกาะพีพีเลด้วยกัน จากโปรแกรมเที่ยวเกาะในหนึ่งวัน
ทำให้เช้านี้เราสามคน รีบตื่นแต่เช้า หาอาหารเบาๆ ใส่ท้องก่อนที่จะไปท่าเรือเพื่อลงเรือเวลาเก้าโมงเช้า



สถานที่ท่องเที่ยวที่เราจะมุ่งหน้าไปในวันนี้ก็คือ “ เกาะพีพีเล ” และ “ เกาะไผ่ ”
ทั้งสองเกาะนี้อยู่ในหมู่เกาะพีพี (หมู่เกาะพีพีเป็นสถานที่ท่องเที่ยวกลางทะเลอันดามันที่สวยงามและมีความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติสูง ประกอบด้วยเกาะทั้งหมด 6 เกาะคือ เกาะพีพีดอน (ที่เรานอนเมื่อคืน) เกาะพีพีเล (ที่เราจะไปเที่ยวกันในวันนี้ เย้!!) เกาะบิด๊ะนอก เกาะบิด๊ะใน เกาะยูง และเกาะไม้ไผ่ (หรือแบมบูไอซ์แลนด์ที่ชาวต่างชาติมักเรียกกัน และวันนี้เราอาจจะได้ไปที่นี่ด้วย)
พื้นที่ส่วนใหญ่ของหมู่เกาะพีพีเป็นภูเขา โดยเฉพาะภูเขาหินปูนสูงชัน ส่วนพื้นที่ราบก็จะเป็นหาดทรายมีอยู่ในทุกเกาะ
ตลอดจนแนวปะการัง และชีวิตใต้ท้องทะเลที่อุดมสมบูรณ์ รวมไปถึงปลาทะเลมากมายที่เรามักจะเห็นกันได้ง่าย
หมู่เกาะพีพีนับว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงติดอันดับโลก และเป็นสถานที่ในฝันของบรรดานักท่องเที่ยว ส่วนคำว่า “ มรกตแห่งอันตามัน ” ก็มาจากน้ำทะเลที่มีสีเขียวใสดุจดังมรกตนั่นเองค่ะ
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
ส่วนสถานที่แรกที่เราได้ไปชมนั่นก็คือ “ ถ้าไวกิ้ง (Viking cave) ” ซึ่งเป็นรังนกนางแอ่น
แต่ชาวบ้านมักจะเรียกว่าถ้ำพญานาค เพราะถูกเรียกตามรูปร่างของหินก้อนหนึ่ง ที่มองเผินๆ จะมีลักษณะคล้ายเศียรพญานาค
แต่จะว่าไปแล้วถ้ำนี้ก็ถือว่าเป็นจุดที่มีเรื่องราวที่น่าสนใจและมีรูปทรงที่สวยมากเลยทีเดียว

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
หลังจากนั้นก็นั่งเรือเลาะไปเรื่อยๆ .. สถานที่ต่อไปจะเป็นที่ใดนั้น เราเริ่มเห็นสภาพเกาะที่เว้าๆ แหว่งๆ แล้วหละ และที่ที่เราจะได้ไปเล่นน้ำกันก็คือบริเวณ “ อ่าวปิเล๊ะ ( Pi-layBay ) ” ซึ่งมีลักษณะเป็นเวิ้งอ่าวขนาดใหญ่ (ใหญ่มากจริงๆ) บริเวณนี้สามารถลงเล่นน้ำดูปะการังได้ คนว่ายเข้าไปในเวิ้งอ่าวนี้ได้ แต่เรือใหญ่ในแบบที่พาเรามาวันนี้ไม่สามารถเข้าไปได้
แต่ถ้าเป็นเรือเล็กหรือพวกสปีดโบ๊ทเข้าไปได้โลด .. แหม!! เสียดายจังเลย
เพราะได้ข่าวว่าอ่าวนี้เป็นสถานที่ที่มีคนมาขอแต่งงานกันมากอีกแห่งหนึ่ง อาจเป็นเพราะด้านในของอ่าวที่ดูกว้างใหญ่
แต่เป็นส่วนตัว คลื่นลมสงบเงียบ แถมถูกโอบล้อมไปด้วยภูเขาสูงเสมือนธรรมชาติตั้งใจสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นสถานที่แห่งความโรแมนติก
( ที่พรรณนาได้ขนาดนี้ก็เพราะเคยห็นภาพและรู้สึกต้องมนต์เสน่ห์เข้าอย่างจังเมื่อหลายปีก่อน แต่น่าเสียดายที่ไม่ได้โดนขอแต่งงานในเวิ้งอ่าวแห่งนี้ เฮ่อ!! )

ส่วนครั้งนี้เราได้แต่มองอยู่ไกลๆ .. อดเข้าไป .. แล้วก็อดใจไว้ไม่เล่นน้ำตรงนี้ด้วย ช่วงนี้เป็นช่วงเวลาของการดูผองเพื่อนสนุกสนานกันค่ะ
(พี่บุ๋ม และ อิชิโร่ ไม่รอช้ารีบกระโดดลงทะเลว่ายน้ำเล่นดูปะการัง ส่วนเราก็ขอนั่งในเรือสบายใจเฉิบดีกว่า)

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
ออกจากบริเวณอ่าวปิเล๊ะก็มุ่งหน้าเลาะเลียบเกาะกันไป..
สถานที่ต่อไปได้ข่าวว่าจะเป็นดินแดนในฝันของสาวบุ๋มเค้าเลยหละ..
แล้วก็เป็นจริงดังคิดไว้ เรือกำลังพาเรามุ่งหน้าไปสู่ “ อ่าวมาหยา ( Maya bay) ”
ว่าแต่ลีโอนาโดกลับประเทศเค้าไปรึยังเนี่ย???? หวังใจว่าจะได้เจอสักครั้ง J
ก็แหม!! อ่าวมาหยาใครๆ ก็รู้ว่าเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์โด่งดังของฮอลลี่วู้ดเรื่องเดอะบีช (The beach) ความสวยงามก็คงไม่ต้องสาธยายกัน
เพราะอ่าวมาหยาแห่งนี้ใครๆ ก็ทราบดีว่า เป็นอ่าวเว้าเข้าไปด้านใน น้ำทะเลสีเขียวใส หาดทรายขาวละเอียด
นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มักจะนิยมมาเล่นน้ำกันที่นี่ ส่วนวันนี้นักท่องเที่ยวมากเป็นพิเศษ ทำให้มีเรือจอดเรียงกันเป็นแนวยาว
แต่ก็ไม่มีผลอะไรต่อเรา เพราะเรือของเราจอดด้านนอก แล้วอิชิโร่ก็พาเราสองสาวพายคายัคเข้าไปในเวิ้งอ่าว
แต่พายไปกลับเนี่ยก็เหนื่อยแขนซะแล้ว แต่ก็ได้ความรู้สึกสนุกไปอีกแบบ


++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
ออกจากอ่าวมาหยาก็เริ่มหิวโหยและอ่อนเพลีย 
ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงสวรรค์ดังขึ้นว่า.. “ เดี๋ยวเราจะไปพักทานอาหารกลางวันกันที่หาดลิง” จึงเดินไปถามข้อมูลได้ความว่า อยู่ไม่ไกล และที่นี่น้ำทะเลนิ่ง สามารถลงเล่นน้ำได้
แต่ไม่ได้ไปนั่งทานบนหาดนะคะ ไม่อย่างนั้นอาจโดนลิงแย่ง ให้นั่งทานบนเรือนี่แหละ
มื้อเที่ยงของเราในวันนี้อาจจะไม่ถูกปากคนไทย เพราะมันคือเบอร์เกอร์ชีส (มีให้เลือกสองอย่างคือเบอร์เกอร์ชีสและเบอร์เกอร์ปลาทูน่า)
แต่มาเที่ยวกับฝรั่งทั้งลำแบบนี้ก็ต้องทำใจยอมรับ และหม่ำไปตามระเบียบ
ทีหน้าทีหลังก็เตรียมเสบียงข้าวกล่องข้าวถุงมาให้เรียบร้อย จะได้ไม่ต้องมานั่งบ่นบนเรือ
เมื่ออิ่มแล้วก็ไปว่ายน้ำกันต่อ และที่นี่เองที่เราอยากว่ายน้ำอย่างหนัก จนต้องเป็นภาระของอิชิโร่
กับเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง แต่เป็นเรื่องของคนว่ายน้ำไม่เก่งแถมกลัวน้ำลึกอีกต่างหาก ทำให้อิชิโร่ต้องคอยลากตั้งแต่ลงจากเรือ
จนว่ายไปถึงชายหาด แล้วก็ว่ายกลับ แต่อิชิโร่ก็ได้ใช้เวลาลากเราให้เป็นประโยชน์
โดยการก้มหน้าดำน้ำดูประการังน้ำตื้น ( Snorkeling) ไปด้วย ใช้เวลาได้คุ้มค่าจริงๆ นะอิชิโร่ J

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
ออกจากหาดลิงก็ถึงเวลาบ่ายกว่าที่หนังท้องเริ่มตึง หนังตาก็เริ่มหย่อน
แถมออกกำลังกายจนอ่อนเพลีย (ประโยคนี้อิชิโร่สมควรพูดมากกว่าเรานะ เราเล่นใช้แรงงานเค้าตลอด ฮ่าฮ่าฮ่า)
เมื่อขึ้นเรือคนที่หลับคนแรกก็คืออิชิโร่นั่นแหละ พี่บุ๋มก็เลยถือโอกาสหยิบดินสอและกระดาษขึ้นมาวาดภาพคนนั่งหลับซะเลย
แต่วาดเสร็จปั๊บก็ตื่นพอดี สงสัยอิชิโร่คงรู้สึกเหมือนโดนพลังอำมหิตจ้องมองดู ก็เลยขอตื่นดีกว่า …
แต่ระหว่างที่นั่งเรือมาเรื่อยๆ เราสังเกตุเห็นเกาะพีพีดอนที่สำหรับนอนของเราในคืนนี้ ก็คิดไปว่าสงสัยหมดโปรแกรมของวันนี้แล้วหละ แต่ทำไมเรือถึงแล่นอ้อมผ่านเกาะพีพีดอนไปทางตอนเหนือละ … จะพาเราไปไหนเหรอ????? เออ !! แล้วทำไมไม่ถามหละ เอ๊ะ!! หรืออยากตื่นเต้น อืม!! ไว้ลุ้นเองดีกว่า .. ว่าแล้วก็นั่งลุ้นไปเรื่อยๆ จนเมื่อเรือมุ่งหน้าสู่เกาะแห่งหนึ่ง (นี่!! มันเกาะอะไรเนี่ย?? หรือว่าจะเป็นเกาะมหัศจรรย์..เริ่มเพ้อแล้วไง นั่งเรือมานาน..)
แต่เกาะอะไรยังไม่รู้ชื่อ รู้แต่ว่าเมื่อเข้าไปใกล้ยิ่งเห็นน้ำทะเลสวยงามระยิบระยับ (สวยจริงๆ ไม่ได้โอเว่อร์ หรือเพ้อเจ้อไปตามเรื่อง) ดูจากภาพได้ค่ะ
และเสียงสวรรค์ก็ดังอีกครั้งว่า “ ลงเล่นน้ำที่เกาะไม้ไผ่ 30 นาที ครับ ” (ขอต่อเวลาทดได้ไม๊?? สวยๆ อย่างนี้อยากอยู่นานๆ)
เรือของเราจอดอยู่ไกลๆ อีกแล้ว วิธีจะเข้าไปได้ก็คือพายคายัคเข้าไปที่หาด ..


“ เกาะไม้ไผ่ ” เป็นเกาะหนึ่งของหมู่เกาะพีพี ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา – หมู่เกาะพีพี นักท่องเที่ยวสามารถมาพักแรมโดยกางเต็นท์นอนบนเกาะนี้ได้ และเสน่ห์ที่สำคัญของเกาะนี้ก็คือหาดทรายที่ขาวละเอียดสวยงามและน้ำทะเลใส คนไม่พลุกพล่าน ถึงจะมีเวลาให้เรา 30 นาทีในการลงเล่นน้ำ แต่มันสามารถทำให้เราประทับใจได้ในเวลาเพียงชั่วครู่ …
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
หมดเวลาแห่งความดื่มด่ำความสวยงามและความสนุกสนานบนเกาะไม่ไผ่แล้ว
ก็มุ่งหน้ากลับไปยังเกาะพีพีดอน แต่ก่อนที่จะถึงท่าเรือนั้น เรือก็แวะบริเวณหน้าหาดลองบีชอีกหนึ่งจุดเป็นจุดสุดท้าย
เพื่อให้นักท่องเที่ยวดำน้ำดูปะการัง และรอดูฉลามน้อย (เค้าว่ากันอย่างนั้นนะ)
ระหว่างที่รอ little shark ก็มีแตงโมสดๆ ให้เราได้นั่งหม่ำเพิ่มความสดชื่นอีกด้วย .. โอ้โห !! โปรแกรมนี้เต็มที่จริงๆ ..

แต่เมื่อรอแล้วรอเล่าก็ไม่เห็นเจ้าลิตเติ้ลชาร์ค ดังนั้นกลับท่าเรือเกาะพีพีดอนกันดีกว่า …

การเดินทางวันเดียวเที่ยวเกาะของเราและผองเพื่อนช่างแสนสนุกจริงๆ หากใครมาเที่ยวเกาะพีพี
ขอแนะนำโปรแกรมเที่ยวเกาะแบบนี้นะคะ นอกจากได้ชมความสวยงามของเวิ้งอ่าวที่สรรค์สร้างโดยธรรมชาติแล้ว
ก็ยังได้ดูปะการังและเล่นน้ากันแบบสะใจอีกด้วย ที่สำคัญได้มิตรภาพใหม่ที่หาได้บนเรือลำที่พาเราไปเที่ยวนี่เองค่ะ

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
เมื่อกลับขึ้นเกาะกันแล้วก็แยกย้ายกันไปอาบน้ำแต่งตัวเตรียมไปทานอาหารค่ำ .. คืนนี้เราไม่เข้าไปในโซนเมือง แต่ขอมานอนนับดาวฟังเพลงแนวสกาที่ร้านสุดท้ายริมหาด ช่วงเวลานี้ลมพัดเย็นสบาย มองลงไปในทะเลก็เห็นน้ำทะเลกำลังขึ้น แหงนหน้ามองขึ้นฟ้าก็เห็นหมู่ดาวระยิบระยับ ช่างเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขเหลือเกิน ………………………………


++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
บุณณดา
boonnadatotravel@hotmail.com