March 23, 2008

สุราษฯ-กระบี่-เกาะพีพี-อ่าวนาง-สระมรกต (ตอนที่ 5)

Filed under: Krabi — boonnada @ 2:47 am

เช้าวันนี้ตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกสบายกายสบายใจ เพราะได้นอนพักบนเตียงใหญ่หมอนนุ่ม บรรยากาศดีและเงียบสงบ จะว่าไปแล้วโรงแรมกรีนวิว วิลเลจ (Green View Village Resort Ao Nang Krabi) แห่งนี้ ก็เหมือนกับช่วยชีวิตพวกเราเอาไว้ เพราะถ้าเมื่อวานไม่มีบ้านพักเหลือให้เรา  ก็ยังไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป  และนี่แหละคือผลของการไม่จองที่พักล่วงหน้าทำให้ต้องตกระกำลำบากซะหลายคืน แต่ถ้ามองในแง่ดี จากการที่ไม่ได้จองที่พัก ก็ทำให้เราเจอสถานที่พักที่ดีอีกหนึ่งแห่งโดยบังเอิญ  ในความโชคร้ายก็มักจะมีความโชคดีแฝงตัวอยู่เสมอ และที่แห่งนี้เองที่ทำให้พวกเรารู้สึกประทับใจในการบริการและความเป็นกันเอง รวมถึงบรรยากาศที่แสนสบายและเป็นธรรมชาติ ถึงแม้โรงแรมจะอยู่ไกลจากอ่าวนาง แต่ก็ไม่ถือว่าไกลเกินไป เพราะเมื่อวานหลังจากที่เราเฮฮาปาร์ตี้ที่อ่าวนางกันเรียบร้อยแล้ว ก็ยังสามารถเดินกลับมาที่พักได้อย่างสบายไม่ถึงกับเหนื่อยหอบ

 blog128.jpg picture by ayehello

หลังจากที่รับประทานมื้อเช้ากันแล้ว ก็ขอลงเล่นน้ำที่สระว่ายน้ำชิลล์กันไป  สิ่งที่เป็นความพิเศษของที่นี่ก็คือบ้านพักในสไตล์ไทยที่สวยงาม และอีกสิ่งหนึ่งก็คือสระว่ายน้ำใหม่เอี่ยมที่มีฉากหลังเป็นภูเขาสูง และสิ่งนี้เองที่เป็นสวรรค์สำหรับนักท่องเที่ยวอย่างเรา 

 blog129.jpg picture by ayehello

blog130.jpg picture by ayehello

หากใครสนใจสถานที่พักผ่อนที่เป็นส่วนตัวและไม่ไกลจากอ่าวนางก็ขอแนะนำที่กรีนวิว วิลเลจ รีสอร์ท แห่งนี้ค่ะ ลองเข้าไปชมรายละเอียดที่ www.greenviewaonang.com หรือโทร. 075-637481   ส่วนเราคงจะต้องกลับไปอีกครั้งแน่นอนค่ะ

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

และถึงแม้วันนี้จะเป็นวันสุดท้ายของการท่องเที่ยวในทริปนี้  แต่เราก็ยังมีอีกหนึ่งสถานที่ที่อยากไป นั่นก็คือ สระมรกต ว่าแล้วก็จัดแจงให้ทางโรงแรมหารถเช่าเพื่อพาเราไปเที่ยวกันต่อค่ะ  คราวนี้เรามีเวลาถึงหกโมงเย็นก่อนขึ้นเครื่องกลับกรุงเทพฯ  ดังนั้นไม่รอช้ารีบบึ่งไปสระมรกตในทันใด จากอ่าวนางไปสระมรกต ใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมง เมื่อไปถึงทางเข้าสระมรกต เราก็ต้องซื้อตั๋วเข้าชมคนละ 20 บาท ส่วนชาวต่างชาติ 200 บาท

และต้องเดินผ่านเส้นทางธรรมชาติที่ขนานไปด้วยต้นไม้ใหญ่อีกประมาณ 800 เมตรถึงจะเจอสระมรกต ความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ ที่ต้องยกให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว unseen in Thailand กันเลยทีเดียวค่ะ

 

 

 blog131.jpg picture by ayehello blog132.jpg picture by ayehello 

สระมรกต เป็นสระน้ำสวยใสกลางใจป่า น้ำในสระมรกตมาจากน้ำพุร้อน ประมาณ 30-50 องศาเซลเซียส ที่พุ่งขึ้นมาจากใต้ดิน ผ่านชั้นหินปูน ซึ่งมีแคลเซียมคาร์บอเนตสูงมีคุณสมบัติเป็นด่าง จึงทำให้สารแขวนลอยต่างๆ ในน้ำตกตะกอนน้ำในสระมรกตนี้ จึงใสสะอาด และสามารถลงไปเล่นได้อย่างสบายใจ  นอกจากนี้ใจกลางป่าผืนนี้ยังมีนกหายากอยู่รวมกันมากมาย นับว่าเป็นแหล่งดูนกอีกหนึ่งที่ที่น่าสนใจเลยทีเดียวค่ะ

blog133.jpg picture by ayehello

blog134.jpg picture by ayehello

blog135.jpg picture by ayehello 004.jpg picture by ayehello    

ตอนแรกคิดไว้ว่าถ้าหากมาเที่ยวสระมรกต ก็ต้องแวะน้ำตกร้อนคลองท่อม เพราะอยู่ทางเดียวกัน แต่จากความตื่นตาตื่นใจและความสนุกสนานในการเล่นน้ำที่สระมรกต ทำให้เวลาล่วงเลยมาถึงช่วงเย็น ไม่ได้การแล้วต้องรีบกลับไปสนามบินกระบี่โดยด่วน ถ้าแวะที่น้ำตกร้อนคลองท่อมอีกแห่งมีหวังได้ตกเครื่องแน่นอน แค่ได้มาเที่ยวชมความสวยงามของธรรมชาติอย่างสระมรกตก็ถือว่าคุ้มค่า แต่ถ้านึกย้อนไปวันแรกของการเดินทางจนถึงวันนี้ ต้องบอกว่าเกินคุ้มจริงๆ การท่องเที่ยวในห้าวันของพวกเรา จากกรุงเทพ-สุราษฯ-กระบี่-เกาะพีพี-และกลับมาอ่าวนาง-แถมด้วยสระมรกต   นอกจากจะเป็นการท่องเที่ยวที่ทำให้เราได้พบเห็นความสวยงามของแหล่งท่องเที่ยวในบ้านเราแล้ว ยังทำให้เราได้รับประสบการณ์ชีวิตในมุมใหม่ๆ ได้แก้ปัญหาสดๆ ตลอดเส้นทาง และที่สำคัญได้รับมิตรภาพทั้งจากเพื่อนร่วมทาง และเพื่อนที่เราได้เจอระหว่างการเดินทางด้วยค่ะ  

…………………………………………………………………………………………………………….

บุณณดา

boonnadatotravel@hotmail.com

March 18, 2008

สุราษฯ-กระบี่-เกาะพีพี-อ่าวนาง-สระมรกต (ตอนที่ 4)

Filed under: Krabi — boonnada @ 4:31 pm

เช้าวันนี้ของเราบนเกาะพีพีดูจะเหงาหงอยกว่าเมื่อวาน  ก็เพราะวันนี้เป็นวันสุดท้ายที่จะได้เดินเหยียบย่ำหาดทรายบนเกาะพีพีแห่งนี้  แล้วไม่รู้ว่าเมื่อไรเราจะได้กลับมาเยือนที่นี่อีก

หลังจากตื่นนอนกันแล้ว พวกเราก็จัดแจงเก็บสัมภาระมารวบรวมไว้หน้าบ้าน (ไม่ธรรมดานะ..เช่าบ้านเป็นหลังนอนค้างคืนกันเลยทีเดียว) แต่เมื่อดูภาพแล้ว ใครจะเรียกว่า  กระท่อม เราก็ไม่ว่ากัน เพราะความจริงมันก็คือกระท่อมน้อยกลอยใจ คืนละ 700 บ้าน ที่มีห้องน้ำในตัว แถมยุงมานอนเป็นเพื่อนด้วย แต่โชคดีนะที่มีมุ้งอันหรูหราคอยช่วยกันเจ้ายุงร้ายไว้ได้ ไม่อย่างนั้นเราคงได้ใกล้ชิดธรรมชาติกันมากกว่านี้  แล้วยังได้ลายพร้อยตามตัวกลับไปด้วย  แต่ความพิเศษอย่างหนึ่งที่เราชอบก็คืออากาศที่เย็นสบาย และเสียงคลื่นจางๆ ที่ทำให้เรานอนหลับสบาย เพราะจากกระท่อมที่เรานอนนั้น ไม่ไกลจากชายหาดค่ะ

 blog077.jpg picture by ayehello

………………………………………………………………………….

เรือจะออกจากท่าเพื่อไปยังจังหวัดกระบี่เวลาบ่ายสามโมง  ดังนั้นเรายังพอมีเวลาบนเกาะพีพีเหลืออยู่  ได้ยินหลายคนบอกว่าที่หาดลองบีชนั้นเงียบสงบ และทรายก็ขาวสวย  เอาละ!! ไม่ลองไปดู ก็จะไม่รู้ว่าสวยสงบจริงรึเปล่า??? พวกเราจึงหาข้อมูลของการไปที่หาดลองบีชซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่เราพัก  บางคนบอกว่าเดินไปได้ แต่ต้องข้ามเขาไปนะ  โอ้โห!! กว่าจะไปถึงก็คงเหนื่อยและเซ็งกันพอดี  บางคนก็บอกว่านั่งเรือหางยาวที่อยู่หน้าหาดต้นไทรไปดีกว่า ประหยัดเวลามากกว่า  เสียค่าเรือคนละ 80 บาทเท่านั้นเอง เราจึงตัดสินใจเลือกแบบที่สองน่าจะสะดวกสบายมากที่สุด

 blog112.jpg picture by ayehello 

………………………………………………………………………………

หาดลองบีช

เมื่อมาถึงหาดลองบีชก็ขอหม่ำอาหารกลางวันกันก่อนที่จะเดินเพลิดเพลินบนหาด   อาหารที่นี่ก็จะมีทั้งอาหารไทยและอาหารฝรั่ง แต่ส่วนใหญ่จะมีแต่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่นิยมมาพักที่หาดนี้

 blog113.jpg picture by ayehello

……………………………………………………………………………….

อิ่มหนำสำราญกันแล้ว ก็ทางใครทางคนนั้น อิชิโร่กับจุ๊บแจงก็ลงเล่นน้ำยามเที่ยง พี่บุ๋มก็เพลิดเพลินกับการถ่ายรูปโลโม่  (โลโม่นะไม่ใช่โลมา * ฮ่าฮ่าฮ่า)  ส่วนเราก็ขอนั่งเขียนงานอินกับบรรยากาศไปเรื่อยๆ แต่มานั่งนึกอีกทีก็ตอนที่นึกไม่ออกว่าจะเขียนอะไรนี่แหละ จึงบอกตัวเองว่า นี่เรามาเที่ยวนะ ไม่ได้มาทำงาน  หยุดเรื่องงานเอาไว้ก่อน  แล้วไปกระโดดโลดเต้นผลัดกันถ่ายภาพโลโม่กับพี่บุ๋มดีกว่า

blog115.jpg picture by ayehello

 blog114.jpg picture by ayehello

………………………………………………………………………………………………………….

ช่วงเวลาแห่งความสนุกมักจะหมดลงเร็วแบบนี้แหละ ดูเข็มนาฬิกาอีกทีก็บ่ายสองโมงเข้าไปแล้ว  รีบลงเรือหางยาวแล้วเดินทางกลับไปที่ท่าเรือเกาะพีพีโดยเร็ว  เรือเที่ยวสุดท้ายออกไปหละแย่เลย เดี๋ยวกลับไปทำงานไม่ทันหละทีนี้จะได้อยู่เกาะพีพีไปอีกยาวเลย และเมื่อถึงเวลาลงเรือ เวลาแห่งการท่องเที่ยวเกาะพีพีของพวกเราก็หมดลงแล้วหละ  วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่เราได้เก็บภาพความสวยงามของทะเลกระบี่และความประทับใจในมิตรไมตรีของผู้คนบนเกาะ และความทรงจำเหล่านี้ก็จะอยู่กับเราไปตลอด แล้วจะกลับมาเที่ยวอีกครั้งนะเกาะพีพี

…………………………………………………………………………………………………………..

ระหว่างการเดินทางโดยเรือเพื่อกลับเข้าฝั่งที่หาดนพรัตน์ธารา จังหวัดกระบี่  เราจะได้เห็นเกาะรูปทรงสวยงามแตกต่างกันอยู่มากมาย เวลาที่อยู่บนเรือประมาณสองชั่วโมง นอกจากจะได้เห็นความสวยงามของเกาะน้อยใหญ่แล้ว ก็ยังได้นั่งคิดอะไรเพลินๆ และมีเวลาอยู่กับตัวเองมากขึ้น 

 blog116.jpg picture by ayehello

และภาพไกลๆ ที่เราเห็นก็คือจังหวัดกระบี่ค่ะ…ใกล้ถึงแล้ว

blog094.jpg picture by ayehello

อ๊อ!! มีความโชคดีอีกหนึ่งเรื่องที่เกิดขึ้นกับพวกเรา แต่ต้องย้อนกลับไปเล่าถึงที่มาก่อนว่า ทริปนี้เราเดินทางกันแบบลุยไปข้างหน้า ไม่จอง ไม่จัดไม่แจงอะไรใดๆ แต่พอมาถึงวันนี้ก็รู้แล้วว่าเราไม่เหมาะกับการเที่ยวแบบนี้ เพราะมันยากลำบากเกินไป  และทำให้เราต้องมาเหนื่อยกับปัญหาร้อยแปดประการที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอด  และคืนนี้เมื่อไปถึงกระบี่ เรามีโปรแกรมที่จะไปนอนพักที่อ่าวนางกัน แต่ปัญหามีอยู่ว่า พวกเรายังไม่มีที่พัก  ก็คงต้องไปเหนื่อยเดินหากันต่อไป เพราะสถานที่ที่เราอยากไปพักก็เต็มอีกแล้วค่ะท่าน  ส่วนเรื่องโชคดีที่พวกเราได้รับในครั้งแรกของทริปนี้ก็คือ พี่บุ๋มเจอคนกระบี่คนหนึ่งบนเรือก็นั่งคุยกันไปจนถูกคอ เขาจึงแนะนำให้ไปพักที่ กรีนวิว วิลเลจ แต่ตอนนั้นไม่คิดว่าเป็นเรื่องโชคดี แต่คิดว่าดีกว่าไม่มีจุดหมาย พอลงเรือก็มีบริการรถสองแถวฟรีเดินทางไปที่พักที่อ่าวนาง ใครพักโรงแรมอะไรก็บอกคนขับ ส่วนพวกเราก็บอกอย่างไม่มั่นใจว่า ไปกรีนวิวเลยพี่  เพราะในใจยังไม่รู้ว่าจะมีห้องว่างสำหรับพวกเรารึเปล่า??? แต่มาถึงขั้นนี้แล้วก็ต้องลองเสี่ยงดู  พวกเราก็นั่งรถจากหาดนพรัตน์ฯ ไปอ่าวนาง เมื่อถึงอ่าวนาง คนขับก็แวะส่งนักท่องเที่ยวไปเรื่อยๆ ตลอดทาง  พอมาสังเกตอีกที เอ๊ะ!! ทำไมเหลือแค่พวกเราสี่คนหละ  คนขับก็บอกว่า โรงแรมนี้อยู่เลยอ่าวนางไปอีกนิดหนึ่ง พวกเราเริ่มมองหน้ากันอย่างหดหู่อีกครั้ง  เพราะไกลจากอ่าวนางอย่างนี้แล้วถ้าห้องเต็มขึ้นมา หรือที่พักไม่ถูกใจพวกเรา จะทำอย่างไรกันเนี่ย??  ต้องเดินออกมาเองใช่ไม๊?? ไกลนะนั่น แล้วคนขับสองแถวก็บอกว่าโรงแรมกรีนวิว วิลเลจนี้อยู่ซอยเดียวกับอู่รถสองแถวนี่เลย นั่นหมายความว่าอยู่สุดทางนั่นเองเอ้า !! ถึงแล้ว ลองเสี่ยงดูรถจอดที่หน้าอู่แล้วให้พวกเราวิ่งเข้าไปดูในโรงแรม  พอวิ่งเข้าไปถึงเท่านั้นแหละ … แทบกรี๊ด !! ด้วยความดีใจ  โล่งอกกันยกใหญ่ เพราะที่นี่สวยและดูเป็นธรรมชาติมาก  ถึงแม้จะห่างจากอ่าวนางแต่ก็คุ้มค่ากับการมาพักผ่อน ตะลึงกันอยู่นาน ลืมถามว่า มีห้องว่างรึเปล่า?? แต่แล้วความโชคร้ายก็ไม่เกิดขึ้นกับเราเสมอไป โชคดีมีบ้านพักว่างเหลืออยู่ 2 หลัง (พอดีเลย)  หลังละ 1,900 บาท/คืน  พวกเรารีบจับจองในทันใด  คืนสุดท้ายขอนอนพักสบายๆ สักหนึ่งคืน

…………………………………………………………………………………

 หลังจากเก็บสัมภาระและอาบน้ำให้สบายตัวกันแล้ว ก็ถึงเวลาอาหารเย็น รถที่โรงแรมจึงพาเราไปส่งที่ร้านอาหาร  ได้มาเยือนอ่าวนางทั้งที ก็ต้องไปทานอาหารทะเลที่วังทรายซีฟู้ด เป็นอีกหนึ่งร้านที่ใครๆ ก็แนะนำให้มาลองชิมในฝีมือการทำอาหารทะเลที่สุดแสนอร่อยค่ะ

 blog117.jpg picture by ayehelloblog118.jpg picture by ayehello

นอกจากอาหารจะอร่อยถูกปากคนไทยและคนญี่ปุ่นอย่างอิชิโร่แล้ว บรรยากาศของร้านก็ดีด้วย  พวกเราได้นั่งชมพระอาทิตย์ลาลับขอบฟ้าที่บริเวณนี้ด้วยกัน

………………………………………………………………………………… อ่าวนาง 

อ่าวนางเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อของกระบี่อีกแห่งหนึ่ง  มีลักษณะเป็นหาดทรายทอดยาว และมีถนนเลียบชายหาด  และที่อ่าวนางนี้ก็เป็นอีกหนึ่งแห่งที่โดนผลกระทบจากคลื่นยักษ์สึนามิ  ในวันนี้ที่อ่าวนางคึกคักและพลุกพล่านไปด้วยนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ  ที่นี่มีร้านอาหาร ผับ บาร์ บริษัทนำเที่ยว  เป็นจุดเช่าเรือเพื่อเดินทางไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ เช่น ไร่เลย์ ถ้ำพระนาง ฯลฯ รวมทั้งร้านขายของฝากมากมายให้เลือก แต่สิ่งหนึ่งที่จะเป็นที่ถูกใจนักท่องเที่ยวก็คงจะหนีไม่พ้นร้านแพนเค้ก ที่เรามองดูยังไง๊ยังไงมันก็คือโรตีนั่นเอง 

blog119.jpg picture by ayehello

ส่วนอิชิโร่ถูกใจสบู่แกะสลักรูปดอกไม้ ฝีมือการแกะสลักของคนไทยเราเยี่ยมยอดจริงๆ ค่ะ งานนี้อิชิโร่ซื้อกลับไปเป็นของฝากเพียบเลยค่ะ

blog120.jpg picture by ayehello  เดินช็อปปิ้งเพื่อย่อยอาหารกันพอสมควรแล้ว ก็ถึงเวลาเฮฮากันเช่นเคย คืนนี้เราไปนั่งที่ร้านแพลนเนตอ่าวนาง  ที่ร้านนี้สนุกมากเพราะผู้จัดการร้านคุยสนุกและดูเป็นมิตร อีกทั้งขอเพลงอะไรก็ได้ (ถูกใจตรงนี้แหละ ฮ่าฮ่าฮ่า)  คืนนี้ของร้านนี้จึงเปิดแต่ red hot chilli pepper เพื่อเอาใจกลุ่มคนไทยอย่างพวกเรา ประทับใจจริงๆ ค่ะ

 blog121.jpg picture by ayehello

การเดินทางในวันนี้ของเราจากเกาะพีพี-อ่าวนาง มีเรื่องราวสนุกสนานและมิตรภาพดีๆ ระหว่างทางให้น่าจดจำ

…………………………………………………………………………………………………………… 

บุณณดา boonnadatotravel@hotmail.com  

March 3, 2008

สุราษฯ-กระบี่-เกาะพีพี-อ่าวนาง-สระมรกต (ตอนที่ 3)

Filed under: Krabi — boonnada @ 3:36 am

   ตอนที่ 3 .. ลงเรือลำเดียว..เที่ยวด้วยกัน 

วันที่สามของการท่องเที่ยวในทริปนี้  เรามีนัดไปเที่ยวเกาะพีพีเลด้วยกัน จากโปรแกรมเที่ยวเกาะในหนึ่งวัน

ทำให้เช้านี้เราสามคน รีบตื่นแต่เช้า หาอาหารเบาๆ ใส่ท้องก่อนที่จะไปท่าเรือเพื่อลงเรือเวลาเก้าโมงเช้า 

blog062.jpg picture by ayehello

blog060.jpg picture by ayehello

blog063.jpg picture by ayehello

สถานที่ท่องเที่ยวที่เราจะมุ่งหน้าไปในวันนี้ก็คือ เกาะพีพีเล และ เกาะไผ่

ทั้งสองเกาะนี้อยู่ในหมู่เกาะพีพี (หมู่เกาะพีพีเป็นสถานที่ท่องเที่ยวกลางทะเลอันดามันที่สวยงามและมีความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติสูง  ประกอบด้วยเกาะทั้งหมด 6 เกาะคือ เกาะพีพีดอน (ที่เรานอนเมื่อคืน) เกาะพีพีเล (ที่เราจะไปเที่ยวกันในวันนี้ เย้!!) เกาะบิด๊ะนอก  เกาะบิด๊ะใน  เกาะยูง และเกาะไม้ไผ่ (หรือแบมบูไอซ์แลนด์ที่ชาวต่างชาติมักเรียกกัน และวันนี้เราอาจจะได้ไปที่นี่ด้วย) 

พื้นที่ส่วนใหญ่ของหมู่เกาะพีพีเป็นภูเขา โดยเฉพาะภูเขาหินปูนสูงชัน ส่วนพื้นที่ราบก็จะเป็นหาดทรายมีอยู่ในทุกเกาะ

ตลอดจนแนวปะการัง และชีวิตใต้ท้องทะเลที่อุดมสมบูรณ์ รวมไปถึงปลาทะเลมากมายที่เรามักจะเห็นกันได้ง่าย

หมู่เกาะพีพีนับว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงติดอันดับโลก และเป็นสถานที่ในฝันของบรรดานักท่องเที่ยว ส่วนคำว่า มรกตแห่งอันตามัน ก็มาจากน้ำทะเลที่มีสีเขียวใสดุจดังมรกตนั่นเองค่ะ

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ส่วนสถานที่แรกที่เราได้ไปชมนั่นก็คือ ถ้าไวกิ้ง (Viking cave)   ซึ่งเป็นรังนกนางแอ่น

แต่ชาวบ้านมักจะเรียกว่าถ้ำพญานาค เพราะถูกเรียกตามรูปร่างของหินก้อนหนึ่ง ที่มองเผินๆ จะมีลักษณะคล้ายเศียรพญานาค

แต่จะว่าไปแล้วถ้ำนี้ก็ถือว่าเป็นจุดที่มีเรื่องราวที่น่าสนใจและมีรูปทรงที่สวยมากเลยทีเดียว 

blog064.jpg picture by ayehello

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

หลังจากนั้นก็นั่งเรือเลาะไปเรื่อยๆ .. สถานที่ต่อไปจะเป็นที่ใดนั้น เราเริ่มเห็นสภาพเกาะที่เว้าๆ แหว่งๆ แล้วหละ และที่ที่เราจะได้ไปเล่นน้ำกันก็คือบริเวณ อ่าวปิเล๊ะ (  Pi-layBay ) ซึ่งมีลักษณะเป็นเวิ้งอ่าวขนาดใหญ่ (ใหญ่มากจริงๆ) บริเวณนี้สามารถลงเล่นน้ำดูปะการังได้ คนว่ายเข้าไปในเวิ้งอ่าวนี้ได้ แต่เรือใหญ่ในแบบที่พาเรามาวันนี้ไม่สามารถเข้าไปได้

แต่ถ้าเป็นเรือเล็กหรือพวกสปีดโบ๊ทเข้าไปได้โลด .. แหม!! เสียดายจังเลย

เพราะได้ข่าวว่าอ่าวนี้เป็นสถานที่ที่มีคนมาขอแต่งงานกันมากอีกแห่งหนึ่ง  อาจเป็นเพราะด้านในของอ่าวที่ดูกว้างใหญ่

แต่เป็นส่วนตัว คลื่นลมสงบเงียบ แถมถูกโอบล้อมไปด้วยภูเขาสูงเสมือนธรรมชาติตั้งใจสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นสถานที่แห่งความโรแมนติก  

( ที่พรรณนาได้ขนาดนี้ก็เพราะเคยห็นภาพและรู้สึกต้องมนต์เสน่ห์เข้าอย่างจังเมื่อหลายปีก่อน แต่น่าเสียดายที่ไม่ได้โดนขอแต่งงานในเวิ้งอ่าวแห่งนี้ เฮ่อ!! )

blog066.jpg picture by ayehello

ส่วนครั้งนี้เราได้แต่มองอยู่ไกลๆ .. อดเข้าไป .. แล้วก็อดใจไว้ไม่เล่นน้ำตรงนี้ด้วย ช่วงนี้เป็นช่วงเวลาของการดูผองเพื่อนสนุกสนานกันค่ะ 

(พี่บุ๋ม และ อิชิโร่ ไม่รอช้ารีบกระโดดลงทะเลว่ายน้ำเล่นดูปะการัง ส่วนเราก็ขอนั่งในเรือสบายใจเฉิบดีกว่า) 

blog067.jpg picture by ayehello

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ออกจากบริเวณอ่าวปิเล๊ะก็มุ่งหน้าเลาะเลียบเกาะกันไป..

สถานที่ต่อไปได้ข่าวว่าจะเป็นดินแดนในฝันของสาวบุ๋มเค้าเลยหละ..

แล้วก็เป็นจริงดังคิดไว้ เรือกำลังพาเรามุ่งหน้าไปสู่ อ่าวมาหยา ( Maya bay)

ว่าแต่ลีโอนาโดกลับประเทศเค้าไปรึยังเนี่ย???? หวังใจว่าจะได้เจอสักครั้ง  J 

ก็แหม!! อ่าวมาหยาใครๆ ก็รู้ว่าเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์โด่งดังของฮอลลี่วู้ดเรื่องเดอะบีช (The beach) ความสวยงามก็คงไม่ต้องสาธยายกัน

เพราะอ่าวมาหยาแห่งนี้ใครๆ ก็ทราบดีว่า เป็นอ่าวเว้าเข้าไปด้านใน  น้ำทะเลสีเขียวใส หาดทรายขาวละเอียด

นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มักจะนิยมมาเล่นน้ำกันที่นี่  ส่วนวันนี้นักท่องเที่ยวมากเป็นพิเศษ ทำให้มีเรือจอดเรียงกันเป็นแนวยาว

แต่ก็ไม่มีผลอะไรต่อเรา เพราะเรือของเราจอดด้านนอก แล้วอิชิโร่ก็พาเราสองสาวพายคายัคเข้าไปในเวิ้งอ่าว

แต่พายไปกลับเนี่ยก็เหนื่อยแขนซะแล้ว แต่ก็ได้ความรู้สึกสนุกไปอีกแบบ  

blog047.jpg picture by ayehello

blog068.jpg picture by ayehello

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ออกจากอ่าวมาหยาก็เริ่มหิวโหยและอ่อนเพลีย  blog069.jpg picture by ayehello

ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงสวรรค์ดังขึ้นว่า.. เดี๋ยวเราจะไปพักทานอาหารกลางวันกันที่หาดลิง”   จึงเดินไปถามข้อมูลได้ความว่า อยู่ไม่ไกล และที่นี่น้ำทะเลนิ่ง สามารถลงเล่นน้ำได้

แต่ไม่ได้ไปนั่งทานบนหาดนะคะ ไม่อย่างนั้นอาจโดนลิงแย่ง ให้นั่งทานบนเรือนี่แหละ

มื้อเที่ยงของเราในวันนี้อาจจะไม่ถูกปากคนไทย เพราะมันคือเบอร์เกอร์ชีส (มีให้เลือกสองอย่างคือเบอร์เกอร์ชีสและเบอร์เกอร์ปลาทูน่า)

แต่มาเที่ยวกับฝรั่งทั้งลำแบบนี้ก็ต้องทำใจยอมรับ และหม่ำไปตามระเบียบ

ทีหน้าทีหลังก็เตรียมเสบียงข้าวกล่องข้าวถุงมาให้เรียบร้อย จะได้ไม่ต้องมานั่งบ่นบนเรือ 

เมื่ออิ่มแล้วก็ไปว่ายน้ำกันต่อ และที่นี่เองที่เราอยากว่ายน้ำอย่างหนัก จนต้องเป็นภาระของอิชิโร่ 

กับเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง แต่เป็นเรื่องของคนว่ายน้ำไม่เก่งแถมกลัวน้ำลึกอีกต่างหาก ทำให้อิชิโร่ต้องคอยลากตั้งแต่ลงจากเรือ

จนว่ายไปถึงชายหาด แล้วก็ว่ายกลับ แต่อิชิโร่ก็ได้ใช้เวลาลากเราให้เป็นประโยชน์

โดยการก้มหน้าดำน้ำดูประการังน้ำตื้น ( Snorkeling) ไปด้วย ใช้เวลาได้คุ้มค่าจริงๆ นะอิชิโร่ J 

blog070.jpg picture by ayehello

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ออกจากหาดลิงก็ถึงเวลาบ่ายกว่าที่หนังท้องเริ่มตึง หนังตาก็เริ่มหย่อน

แถมออกกำลังกายจนอ่อนเพลีย (ประโยคนี้อิชิโร่สมควรพูดมากกว่าเรานะ  เราเล่นใช้แรงงานเค้าตลอด  ฮ่าฮ่าฮ่า) 

เมื่อขึ้นเรือคนที่หลับคนแรกก็คืออิชิโร่นั่นแหละ พี่บุ๋มก็เลยถือโอกาสหยิบดินสอและกระดาษขึ้นมาวาดภาพคนนั่งหลับซะเลย

 แต่วาดเสร็จปั๊บก็ตื่นพอดี สงสัยอิชิโร่คงรู้สึกเหมือนโดนพลังอำมหิตจ้องมองดู ก็เลยขอตื่นดีกว่า …  

แต่ระหว่างที่นั่งเรือมาเรื่อยๆ เราสังเกตุเห็นเกาะพีพีดอนที่สำหรับนอนของเราในคืนนี้ ก็คิดไปว่าสงสัยหมดโปรแกรมของวันนี้แล้วหละ แต่ทำไมเรือถึงแล่นอ้อมผ่านเกาะพีพีดอนไปทางตอนเหนือละ … จะพาเราไปไหนเหรอ????? เออ !! แล้วทำไมไม่ถามหละ  เอ๊ะ!! หรืออยากตื่นเต้น  อืม!! ไว้ลุ้นเองดีกว่า .. ว่าแล้วก็นั่งลุ้นไปเรื่อยๆ จนเมื่อเรือมุ่งหน้าสู่เกาะแห่งหนึ่ง (นี่!! มันเกาะอะไรเนี่ย?? หรือว่าจะเป็นเกาะมหัศจรรย์..เริ่มเพ้อแล้วไง นั่งเรือมานาน..)

แต่เกาะอะไรยังไม่รู้ชื่อ รู้แต่ว่าเมื่อเข้าไปใกล้ยิ่งเห็นน้ำทะเลสวยงามระยิบระยับ (สวยจริงๆ ไม่ได้โอเว่อร์ หรือเพ้อเจ้อไปตามเรื่อง)  ดูจากภาพได้ค่ะ

และเสียงสวรรค์ก็ดังอีกครั้งว่า ลงเล่นน้ำที่เกาะไม้ไผ่ 30 นาที ครับ (ขอต่อเวลาทดได้ไม๊?? สวยๆ อย่างนี้อยากอยู่นานๆ)

เรือของเราจอดอยู่ไกลๆ อีกแล้ว วิธีจะเข้าไปได้ก็คือพายคายัคเข้าไปที่หาด ..

blog072.jpg picture by ayehello

blog052.jpg picture by ayehello

 เกาะไม้ไผ่ เป็นเกาะหนึ่งของหมู่เกาะพีพี ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา หมู่เกาะพีพี  นักท่องเที่ยวสามารถมาพักแรมโดยกางเต็นท์นอนบนเกาะนี้ได้ และเสน่ห์ที่สำคัญของเกาะนี้ก็คือหาดทรายที่ขาวละเอียดสวยงามและน้ำทะเลใส คนไม่พลุกพล่าน  ถึงจะมีเวลาให้เรา 30 นาทีในการลงเล่นน้ำ แต่มันสามารถทำให้เราประทับใจได้ในเวลาเพียงชั่วครู่  …  

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

หมดเวลาแห่งความดื่มด่ำความสวยงามและความสนุกสนานบนเกาะไม่ไผ่แล้ว

ก็มุ่งหน้ากลับไปยังเกาะพีพีดอน  แต่ก่อนที่จะถึงท่าเรือนั้น  เรือก็แวะบริเวณหน้าหาดลองบีชอีกหนึ่งจุดเป็นจุดสุดท้าย

เพื่อให้นักท่องเที่ยวดำน้ำดูปะการัง และรอดูฉลามน้อย (เค้าว่ากันอย่างนั้นนะ)

ระหว่างที่รอ little shark ก็มีแตงโมสดๆ ให้เราได้นั่งหม่ำเพิ่มความสดชื่นอีกด้วย .. โอ้โห !! โปรแกรมนี้เต็มที่จริงๆ ..

blog073.jpg picture by ayehello

แต่เมื่อรอแล้วรอเล่าก็ไม่เห็นเจ้าลิตเติ้ลชาร์ค ดังนั้นกลับท่าเรือเกาะพีพีดอนกันดีกว่า …  

blog074.jpg picture by ayehello

การเดินทางวันเดียวเที่ยวเกาะของเราและผองเพื่อนช่างแสนสนุกจริงๆ หากใครมาเที่ยวเกาะพีพี

อแนะนำโปรแกรมเที่ยวเกาะแบบนี้นะคะ นอกจากได้ชมความสวยงามของเวิ้งอ่าวที่สรรค์สร้างโดยธรรมชาติแล้ว

ก็ยังได้ดูปะการังและเล่นน้ากันแบบสะใจอีกด้วย  ที่สำคัญได้มิตรภาพใหม่ที่หาได้บนเรือลำที่พาเราไปเที่ยวนี่เองค่ะ 

blog061.jpg picture by ayehello

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

เมื่อกลับขึ้นเกาะกันแล้วก็แยกย้ายกันไปอาบน้ำแต่งตัวเตรียมไปทานอาหารค่ำ  .. คืนนี้เราไม่เข้าไปในโซนเมือง แต่ขอมานอนนับดาวฟังเพลงแนวสกาที่ร้านสุดท้ายริมหาด ช่วงเวลานี้ลมพัดเย็นสบาย มองลงไปในทะเลก็เห็นน้ำทะเลกำลังขึ้น  แหงนหน้ามองขึ้นฟ้าก็เห็นหมู่ดาวระยิบระยับ  ช่างเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขเหลือเกิน  ………………………………

blog075.jpg picture by ayehello

blog076.jpg picture by ayehello

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

บุณณดา

boonnadatotravel@hotmail.com