April 16, 2008

เที่ยวดินแดนสามประสบ..ชื่นชมทิวทัศน์สะพานมอญ

Filed under: Kanchanaburi — boonnada @ 2:45 am

   อีกหนึ่งโปรแกรมท่องเที่ยวกาญจนบุรีของพวกเราก็คือการไปเยือนสังขละบุรี ดินแดนที่ใครหลายคนต่างลงความเห็นว่าสวยงามและแฝงไปด้วยเสน่ห์  ซึ่งตัวเราเองมาเที่ยวจังหวัดกาญจนบุรีครั้งใด  ก็ยังไม่เคยไปถึงอำเภอสังขละบุรีเลยสักครั้ง  ถึงแม้วันนี้แสงแดดจะร้อนแรงแต่ก็ไม่สามารถห้ามความตั้งใจของพวกเราไว้ได้ 

อำเภอสังขละบุรี เป็นอำเภอที่มีชายแดนติดกับประเทศพม่า และอยู่ห่างจากตัวเมืองจังหวัดกาญจนบุรี ประมาณ 215 กิโลเมตร ไปตามทางหลวงหมายเลข 323 แต่จากบ้านห้วยอู่ล่องรีสอร์ทที่เราพักไปถึงสังขละบุรีก็แค่ 70 กิโลเมตรเท่านั้น ดังนั้นระยะเวลาเดินทางก็ประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่ง  ด้วยเส้นทางที่คดเคี้ยวไปตามไหล่เขา ทำให้วิงเวียนได้ตลอดระยะทาง หนำซ้ำห้องน้ำก็ไม่มี ใครที่คิดจะเข้าห้องน้ำเวลานี้ก็ต้องขอแสดงความเสียใจด้วยค่ะ ดังนั้นถ้ารู้ตัวว่าจะผ่านเส้นทางทองผาภูมิ-สังขละบุรี ก็ควรเตรียมตัวเข้าห้องน้ำทำธุระส่วนตัวให้เรียบร้อย และใครที่เมารถบ่อยๆ ก็ให้กลืนยาเมารถกันไว้ก่อนดีที่สุดค่ะ ระยะทางที่แสนเวียนหัว ก็ไม่ได้น่ากลัวเสมอไป  แต่ในทางตรงกันข้ามกลับมอบความสวยงามให้แก่เรา  เพราะเส้นทางนี้เป็นเส้นทางที่ตัดผ่านภูเขาเลียบทะเลสาบเขื่อนเขาแหลมหรือเขื่อนวชิราลงกรณ์ ทำให้เรามองเห็นทัศนียภาพที่สวยงาม

TAT056.jpg picture by ayehello

ส่วนคำว่า ดินแดนสามประสบ ที่ผู้คนใช้เรียกกันนั้นมีที่มามาจากการที่ตัวอำเภอสังขละบุรีตั้งอยู่บริเวณที่มีแม่น้ำสามสายไหลมาบรรจบกัน นั่นก็คือแม่น้ำซองกาเลีย  แม่น้ำบีคลี่ และแม่น้ำรันตี  ซึ่งไหลมารวมกันกลายเป็นแม่น้ำแควน้อยนั่นเอง และที่สังขละบุรีแห่งนี้เป็นดินแดนที่มีชาวมอญอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ถ้าใครอยากจะมาชมวิถีชีวิตและประเพณีดั้งเดิมของชาวมอญ ก็ให้มาที่นี่รับรองไม่ผิดหวังค่ะ 

ผ่านเส้นทางคดเคี้ยวที่มีวิวแสนสวยกันแล้ว ก็ถึงสังขละบุรีตามใจสั่งแล้วค่ะ สถานที่แรกที่เราไปเยือนนั่นก็คือ วัดวังก์วิเวการาม หรือที่คนแถวนั้นเรียกว่า วัดหลวงพ่ออุตตมะ  ซึ่งวัดนี้เป็นวัดใหม่ที่สร้างแทนวัดเก่าของหลวงพ่ออุตตมะ  ก็เพราะวัดเก่านั้นได้กลายเป็นวัดใต้น้ำ หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยว Unseen Thailand ชื่อดังของเมืองกาญฯ ไปแล้วค่ะ และเหตุที่วัดเก่าของหลวงพ่ออุตตมะกลายเป็นวัดใต้น้ำก็เพราะเมื่อมีการสร้างเขื่อนวชิราลงกรณ์ ทำให้ระดับน้ำสูงขึ้นจนท่วมวัดเมื่อปี 2527  ดังนั้นในเวลาต่อมาหลวงพ่ออุตตมะและชาวมอญจึงได้ร่วมใจกันสร้างวัดแห่งใหม่นี้ขึ้นมาค่ะ

และในวันนี้พวกเราก็ได้มีโอกาสมากราบพระศพของหลวงพ่ออุตตมะ หรือพระมหาอุตตมะรัมโภภิกขุ  พระเกจิอาจารย์ชื่อดังของเมืองกาญฯ  ซึ่งท่านได้มรณภาพไปเมื่อปี 2549 ด้วยอายุ 95 พรรษา  เมื่อมาถึงที่นี่และได้มากราบไหว้ท่านถือได้ว่าเป็นบุญของเราจริงๆ ค่ะ เพราะท่านเป็นที่เคารพนับถือของชาวมอญ ชาวพม่า ชาวกระเหรี่ยง และชาวไทยโดยทั่วไป     ที่วัดวังก์วิเวการามมีความสวยงามทางศิลปะ ซึ่งเราอาจจะเรียกไม่ถูกและแยกไม่ออกว่าศิลปะนั้นคือศิลปะในยุคสมัยใด แต่จากที่เราเห็นสามารถบอกเราได้ว่าที่วัดแห่งนี้มีความสวยงามและมีความเป็นเอกลักษณ์

TAT026.jpg picture by ayehello

TAT057.jpg picture by ayehello

TAT058.jpg picture by ayehello

จากวัดวังก์วิเวการามไปอีกประมาณ 1 กิโลเมตรจะเป็นที่ตั้งของเจดีย์จำลองแบบจากเจดีย์พุทธคยาที่ประเทศอินเดีย  ซึ่งหลวงพ่ออุตตมะได้ริเริ่มสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2518 และสร้างเสร็จเมื่อปี พ.ศ. 2529 และในครั้งนี้เราไม่พลาดที่จะไปนมัสการพระบรมสารีริกธาตุ (กระดูกนิ้วหัวแม่มือขวา) ที่เจดีย์พุทธคยาจำลองแห่งนี้เพื่อความเป็นสิริมงคลในชีวิตค่ะ

TAT059.jpg picture by ayehello 

TAT060.jpg picture by ayehello 

TAT061.jpg picture by ayehello 

ไหว้พระทำบุญกันแล้วก็ถึงเวลาไปชมทิวทัศน์สวยๆ บนสะพานไม้ที่ถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของสังขละบุรี ซึ่งสะพานไม้แห่งนี้อยู่ไม่ไกลจากวัดวังก์วิเวการาม ชื่อของสะพานนี้ก็คือ สะพานไม้อุตมนุสรณ์ หรือชื่อที่เรารู้จักกันก็คือ สะพานมอญ นั่นเองค่ะ

TAT062.jpg picture by ayehello

สะพานมอญเป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย สร้างขึ้นจากแรงศรัทธาของชาวไทยรามัญหรือชาวมอญ ที่มีต่อหลวงพ่ออุตตมะ ซึ่งสะพานไม้แห่งนี้ทอดผ่านแม่น้ำซองกาเลียที่มาจากประเทศพม่า และสะพานมอญแห่งนี้ก็ยังเป็นสะพานที่เชื่อมระหว่างอำเภอสังขละบุรีกับหมู่บ้านมอญอีกด้วยค่ะ และตอนนี้พวกเราก็กำลังเดินเล่นชมทิวทัศน์ และถ่ายรูปบนสะพานไม้จากฝั่งหมู่บ้านมอญไปจนถึงฝั่งอำเภอสังขละบุรี เดินอยู่บนสะพานมอญก็ทำให้นึกถึงความพยายามและความร่วมแรงร่วมใจของผู้ที่สร้าง ถึงแม้สะพานจะไม่ตรง แต่นี่แหละคือความงดงามและความมีเสน่ห์ที่แฝงอยู่ในตัว

TAT063.jpg picture by ayehello 

TAT064.jpg picture by ayehello

TAT065.jpg picture by ayehello

ว่าไปแล้วสะพานมอญก็เหมาะสำหรับการมาถ่ายภาพแต่งงานของคู่รักเหมือนกันนะเนี่ย คงเป็นเพราะเส้นสายของสะพานที่มีความสวยงามและบรรยากาศที่เปี่ยมไปด้วยความสงบ เรียบง่าย แต่แฝงไปด้วยความสดชื่น สดใส และมีชีวิต  ทำให้แต่ละภาพมีความเป็นธรรมชาติอย่างไม่น่าเชื่อเลยค่ะ

หลังจากเดินเล่นถ่ายภาพฝ่าแสงแดดอันร้อนแรงมาเรื่อยๆ ก็ถึงอีกฝั่งหนึ่ง ซึ่งเป็นสะพานปูนสีแดงสวยสดใส และบริเวณนี้เราก็สามารถมองเห็นบรรยากาศรอบๆ ทั้งวิถีชีวิตริมแม่น้ำของชาวมอญ  และสะพานมอญเส้นยาวที่ทอดตัวสวยงามข้ามแม่น้ำซองกาเลียค่ะ

TAT066.jpg picture by ayehello

เสียดายอย่างหนึ่งที่ครั้งนี้พวกเราไม่มีเวลาเหลือพอที่จะนั่งเรือไปชมวัดใต้น้ำ ซึ่งก็อยู่ไม่ไกลจากสะพานมอญแห่งนี้ แต่ครั้งหน้าถ้ามีโอกาสมาเที่ยวสังขละบุรีอีกครั้ง จะต้องนอนพักค้างคืนและตื่นขึ้นมาใส่บาตรพระบนสะพานมอญ  สัมผัสอากาศเย็นสบาย นั่งชมสายหมอกสวย และจะต้องไปชมวัดใต้น้ำ สถานที่ท่องเที่ยวอันซีนไทยแลนด์ให้ได้ค่ะ

ทริปเที่ยวจังหวัดกาญจนบุรีของพวกเราในครั้งนี้ต้องปิดฉากความสนุกสนาน ตื่นเต้น สวยงาม และน่าประทับใจลงที่สะพานมอญ ณ สังขละบุรีแห่งนี้ค่ะ

ขอบคุณเพื่อนร่วมทริปที่ร่วมกันสร้างสีสันให้ทริปนี้แสนสนุกยิ่งขึ้น และขอบคุณภาพสวยๆจากคุณอ้อ Rada on ค่ะ

บุณณดา

boonnadatotravel@hotmail.com

…………………………………………………..

April 10, 2008

พักสบายที่บ้านป่าริมห้วย “บ้านห้วยอู่ล่องรีสอร์ท”

Filed under: Kanchanaburi — boonnada @ 1:41 am

เมื่อวานนี้พวกเราสนุกสนานกับกิจกรรมโลดโผนอย่างการเข้าไปพิชิตถ้ำทิพุเชะ ซึ่งเป็นหนึ่งในโปรแกรมกิจกรรมพิเศษของ บ้านห้วยอู่ล่องรีสอร์ท  สถานที่พักผ่อนแสนสบายที่พวกเราเลือกมาพัก  แต่เมื่อวานนี้พวกเราเดินทางมาถึงบ้านห้วยอู่ล่องรีสอร์ทเวลาประมาณเที่ยงกว่า และต้องรีบเตรียมตัวเตรียมใจเข้าไปผจญภัยในถ้ำทิพุเชะ ทำให้ไม่มีเวลาได้ชื่นชมความสวยงามของรีสอร์ทแห่งนี้ ดังนั้นในเช้าวันนี้เราจึงขอชื่นชมความสวยงามของรีสอร์ทกันก่อนที่จะไปเยือนสังขละบุรีในช่วงบ่ายค่ะ

 TAT000-1.jpg picture by ayehello

บ้านห้วยอู่ล่องรีสอร์ท  เป็นรีสอร์ทสไตล์บ้านป่า อยู่ติดริมลำห้วยอู่ล่อง ความพิเศษที่เราสัมผัสได้คือความเป็นธรรมชาติของแมกไม้ ลำห้วย และบ้านพักที่ผสานด้วยไม้และหินที่ดูกลมกลืนเข้ากันเป็นอย่างดี

 005.jpg picture by ayehello

เช้านี้เราเปิดประตูหลังบ้านพักเพื่อรับแสงแรกของวัน  ภาพที่เห็นก็คือน้ำในลำห้วยที่ใสสะอาดไหลผ่านบริเวณบ้านพักแต่ละหลัง เป็นภาพแรกของวันนี้ที่สร้างความสดชื่นให้กับเรา

 003.jpg picture by ayehello

ชื่นชมอยู่ได้ไม่นานท้องก็เริ่มร้องแล้วค่ะ เราขอเดินไปเจอสมัครพรรคพวกที่ร้านอาหารของรีสอร์ท เพื่อหาของอร่อยลงท้องกันก่อน  อาหารก็มีให้เลือกมากมายและราคาไม่แพงเกินไป เมนูที่พวกเราลงความเห็นว่าอร่อยเหาะนั่นก็คือ ชุดอาหารเช้าเบคอน+ไข่กระทะ ราคาชุดละ 75 บาท หรือใครอยากจะทานข้าวต้มหรืออาหารประเภทอื่น ที่นี่ก็มีบริการหลายเมนูค่ะ

 004.jpg picture by ayehello   

 011.jpg picture by ayehello

บรรยากาศที่แสนสบายและดูเป็นธรรมชาติของบริเวณร้านอาหารซึ่งอยู่ติดลำห้วย ทำให้พวกเราเจริญอาหารเป็นพิเศษ แถมทานกันอิ่มแล้วก็นั่งพักชมวิวน้ำใสในลำห้วยสบายตาสบายใจและสบายท้องไปพร้อมกันค่ะ

 006.jpg picture by ayehello  

 007.jpg picture by ayehello  

นั่งชมวิวกันพอสมควรแล้ว ก็ถึงเวลาเดินย่อยชื่นชมธรรมชาติภายในรีสอร์ท ว่าไปแล้วที่นี่เหมาะสำหรับคนที่รักธรรมชาติและชื่นชอบความเป็นส่วนตัว ความพิเศษของรูปแบบบ้านพักที่เป็นไม้ผสานกับหิน และแบ่งแยกเป็นหลังมีทั้งในแบบมีแอร์คอนดิชั่นเนอร์และแบบพัดลม  แถมอยู่ติดริมลำห้วยที่มีน้ำใสไหลผ่านเสมือนได้ใกล้ชิดธรรมชาติอย่างแท้จริง ก็เป็นอีกหนึ่งวันพักผ่อนที่แสนคุ้มค่า แต่ถ้าใครมาเที่ยวกันเป็นกลุ่มหลายคนแล้วอยากนอนพักรวมกันในห้องเดียว  ที่นี่เขาก็มีบ้านหลังใหญ่สามารถพักไ ด้8-10 คนไว้รองรับ ส่วนคู่ฮันนี่มูนก็มีบ้านหรูบรรยากาศดีรอต้อนรับ  ราคาห้องพักก็มีหลายราคาตามโซนและแบบบ้าน เริ่มต้นที่ 800 - 3,400 บาท หรือใครสนใจเหมาเป็นแพคเกจที่สุดแสนคุ้มรวมทั้งค่าห้องพัก  ค่าอาหารมื้อค่ำ และค่ากิจกรรมต่างๆ ก็สามารถสอบถามและคุยรายละเอียดกับทางรีสอร์ทได้เลยค่ะ

 009.jpg picture by ayehello

 010.jpg picture by ayehello

สะพานไม้ข้ามลำห้วยอู่ล่องภายในรีสอร์ทเป็นอีกหนึ่งจุดที่ดึงดูดให้พวกเราโพสท์ท่างามๆ เพื่อถ่ายภาพเป็นที่ระลึก หากทริปนี้ใครไม่ได้ถ่ายรูปบนสะพานไม้แห่งนี้ รับรองว่าเชยแน่นอนเลยค่ะ

 008.jpg picture by ayehello

เดินเล่น ชื่นชม และถ่ายภาพกันเพลิน จนเวลาล่วงเลยมาถึงเที่ยงวัน พวกเราต้องร่ำลาบ้านห้วยอู่ล่องรีสอร์ทแห่งนี้ แล้วรีบขึ้นรถเพื่อเดินทางไปเที่ยวสังขละบุรีกันต่อค่ะ

 012.jpg picture by ayehello

หากใครสนใจที่จะมาพักผ่อนสบายอารมณ์ที่บ้านห้วยอู่ล่องรีสอร์ทแบบพวกเรา ก็สามารถติดต่อขอข้อมูลและรายละเอียดได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 034-531050 , 02-865-6173 และ 081-821-2621 ส่วนการเดินทางมาที่นี่นั้นไม่ยากค่ะ  ไม่ว่าจะเริ่มจากจังหวัดใด หากมาถึงตัวเมืองกาญจนบุรีแล้ว ให้แยกไปทางอำเภอทองผาภูมิตามทางหลวงหมายเลข 323 ผ่านน้ำตกไทรโยกน้อย ไทรโยกใหญ่ ซึ่งระยะทางจากอำเภอเมืองมาถึงอำเภอทองผาภูมินั้นประมาณ 137 กิโลเมตร เมื่อถึงสามแยกทองผาภูมิให้เลี้ยวขวามาทางเส้นทางที่จะมุ่งไปอำเภอสังขละบุรี  จากสามแยกวิ่งตรงมาเรื่อยๆ ประมาณ 8 กิโลเมตร ก็จะถึงบ้านห้วยอู่ล่องรีสอร์ทตั้งอยู่ทางด้านขวาค่ะแต่ถ้าใครเดินทางโดยรถทัวร์ สามารถขึ้นรถได้ที่สายใต้ใหม่ (กรุงเทพฯ กาญจนบุรี) จากนั้นลงที่ตัวอำเภอเมืองกาญจนบุรี แล้วไปที่บริเวณสถานีขนส่งจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อหารถต่อไปยัง อ.ทองผาภูมิ อย่าลืมบอกที่รถนะคะว่าไป บ้านห้วยอู่ล่องรีสอร์ทหรือใครจะเดินทางจากหมอชิต 2 (กรุงเทพฯ กาญจนบุรี - ด่านเจดีย์สามองค์) โดยรถ บ.ข.ส. ของรัฐก็ได้เช่นกันค่ะหากสนใจรายละเอียดเพิ่มเติมเข้าไปชมได้ที่ http://www.banhuayulong.com มาถึงเวลานี้ต้องขอตัวเดินทางไปยัง อ.สังขละบุรี อีกหนึ่งโปรแกรมท่องเที่ยวกาญจนบุรีในทริปนี้ของพวกเราค่ะ 

บุณณดาพาเที่ยวเมืองกาญฯ

boonnadatotravel@hotmail.com

March 30, 2008

ผจญภัยห้าชั่วโมง พิชิตถ้ำทิพุเชะ

Filed under: Kanchanaburi — boonnada @ 2:33 am

ทริปนี้เป็นการท่องเที่ยวเชิงผจญภัย ที่ต้องอาศัยกำลังของกายและใจเป็นหลัก ทั้งที่ตัวเราเองนั้นไปในแบบกายพร้อม ใจไม่พร้อม แต่ต้องลุย !!! เพราะความพิเศษที่ทำให้เราอยากไปเที่ยวนั่นก็คือ ครั้งนี้เป็นการรวมตัวกันของกลุ่มเพื่อนที่นานทีหลายปีหนจะสามารถรวมกันเพื่อไปเที่ยวต่างจังหวัดได้สักครั้งหนึ่ง หลายคนคงเคยเจอปัญหานี้เหมือนกับเรา เนื่องจากแต่ละคนก็มีภาระหน้าที่การทำงานที่ต้องรับผิดชอบ และวันว่างก็มักจะไม่ตรงกัน  กว่าจะรวมตัวกันไปเที่ยวได้ก็ช่างยากเย็นแสนเข็ญ และที่ผ่านมาโปรแกรมสุดหรรษากับเหล่าผองเพื่อนก็ต้องล่มกันไปตามระเบียบ  แต่ในครั้งนี้ฟ้าเป็นใจให้พวกเราไปผจญชะตาชีวิตที่น่าตื่นเต้นร่วมกันที่ถ้ำทิพุเชะ จังหวัดกาญจนบุรี

 TAT001.jpg picture by ayehello  

หากพูดถึง ถ้ำทิพุเชะ หลายคนอาจไม่คุ้นหูนัก เพราะถ้ำนี้ไม่ได้เปิดเป็นถ้ำที่สามารถเดินเข้าไปชมความสวยงามภายในได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากความชันของปากถ้ำและความลึกลับในความมืดที่เป็นตัวกำหนดผู้มาเยือน แต่ถ้าในกลุ่มของนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการผจญภัย อาจจะรู้จักและเคยไปสัมผัสความยากลำบากในการเข้าถ้ำแห่งนี้มาแล้ว แต่ก่อนที่จะไปลุยด้วยกันนั้น เราก็ต้องมีการเตรียมความพร้อมกันก่อน

เมื่อพวกเราเดินทางมาถึงบ้านห้วยอู่ล่องรีสอร์ท  อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ก็รีบกระวีกระวาดไปเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดที่สามารถใส่แล้วทิ้งได้เลยตามที่หัวหน้าทริปนายตาต้าได้ขู่เอาไว้ (หรือจะพูดจริงก็ไม่รู้ !!)  เมื่อรวมตัวกันครบ ก็ไปนั่งฟังทีมไฮเปอร์เวนเจอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการปีนผาและการท่องเที่ยวเชิงผจญภัยที่จะเป็นผู้ดูแลและพาเราเข้าถ้ำ    อธิบายลักษณะของถ้ำทิพุเชะ และสอนวิธีการโรยตัว ซึ่งทำให้พวกเราตื่นเต้นกันยกใหญ่ เพราะเกิดมายังไม่เคยโรยตัวที่ไหนมาก่อน  

อุปกรณ์ที่เราต้องใช้ก็คือ หมวกกันกระแทกที่มีไฟฉายคาดติดไว้ กระเป๋าใส่แบตเตอรี่คาดติดหน้าอก สนับเข่า สนับศอก ถุงมือ และที่สำคัญอีกสองอย่างที่ต้องเตรียมคือ เตรียมร่างกาย และเตรียมใจให้พร้อม 

ซึ่งในใจตอนนี้คิดว่า ” โอ้ !! มีโรยตัวด้วย จะรอดไม๊เนี่ยเรา ถอยตอนนี้ยังทันนะ “

TAT002.jpg picture by ayehello

TAT003.jpg picture by ayehello

Before !!

TAT000.jpg picture by ayehello

แต่แล้วเหตุการณ์และเวลาก็พาเรานั่งรถ 4 WD ผ่านเส้นทางแห่งความหฤโหดมาจนถึงปากถ้ำ อืม !! ถอยไม่ทันแล้วหละ

TAT004.jpg picture by ayehello

TAT005.jpg picture by ayehello 

เมื่ออุปกรณ์พร้อม พลังกายพร้อม พลังใจก็จำเป็นต้องพร้อมไปด้วย เพราะตอนนี้เดินเข้าถ้ำมาแล้ว และด่านแรกที่เราต้องฝ่าฟันไปให้ได้ก็คือหน้าผาที่บริเวณปากถ้ำ ซึ่งมีความสูงประมาณ 25 เมตร บริเวณนี้เราต้องต่อคิวกันเพื่อโรยตัวลงไปข้างล่าง เราทำเป็นมั่นใจพร้อมออกปากขอโรยตัวเป็นคนที่สอง เพื่อให้ภาระหน้าที่และความกลัวที่มีอยู่ในตอนนี้จะได้หมดไปโดยเร็ว แต่จำความรู้สึกตอนที่ต้องไปยืนอยู่ริมหน้าผาได้ดี ตอนนั้นใจและขาสั่นเป็นจังหวะเดียวกัน แต่แล้วก็ต้องค่อยๆ ขยับเท้าก้าวถอยหลังลงไปทีละก้าว  มือขวาจับเชือกให้มั่น  ใจท่องพุทโธ  .. โถ !! ชีวิตเรา

(ด่านแรกโรยตัวฝ่าความสูง 25 เมตร)

 TAT006.jpg picture by ayehello TAT007.jpg picture by ayehello

แต่เมื่อผ่าน 25 เมตรแห่งความสูงชันไปได้แล้ว  เราก็มานั่งคิดว่า โธ่เอ๊ย!! แค่นี้เอง..ไม่ได้ยากเลย..จะกลัวไปก่อนทำไม??  ถ้าเราถอยในตอนแรก ไม่ยอมลงมา ก็จะไม่รู้ว่า เราก็ทำได้ และเราก็จะไม่ได้เห็นความสวยงามที่ซ่อนอยู่ภายในถ้ำที่มีความมืดมิดแห่งนี้ด้วย

  TAT008.jpg picture by ayehello TAT009.jpg picture by ayehello

เมื่อความมั่นใจของจริงเข้าสิงก็ทำให้การท่องเที่ยวเชิงผจญภัยในถ้ำแห่งนี้มีความสนุกมากขึ้น และเราก็พร้อมที่จะเผชิญความท้าทายไปพร้อมๆ กับเพื่อนแล้วหละ

ด่านที่สอง ลื่นไถลลงน้ำเย็น

TAT010.jpg picture by ayehello  TAT011.jpg picture by ayehello  

ถ้ำทิพุเชะ เป็นภาษากระเหรี่ยง ซึ่งแปลว่า ถ้ำน้ำลอด ในช่วงฤดูฝนจะมีน้ำไหลลอดผ่านถ้ำแห่งนี้ ซึ่งในบางช่วงของถ้ำจะถูกน้ำปิดกั้นทางผ่าน ทำให้ต้องดำน้ำเพื่อมุดผ่านไปให้ได้ หรือบางช่วงก็ต้องลอยคอกันเลยทีเดียว แต่การมาเที่ยวช่วงเดือนมีนาคมของเราในครั้งนี้ ไม่มีช่วงที่ต้องดำน้ำค่ะ แต่ก็มีบ่อน้ำให้เราต้องลงไปสัมผัสความเย็นหลายจุดด้วยกันค่ะ

ด่านที่สาม ไต่รูกระโจนลงน้ำ

ด่านนี้ก็ยังหนีไม่พ้นการลงน้ำเย็น ในด่านที่สองน้ำลึกแค่เอว แต่พอมาถึงด่านนี้เรากระโจนลงหลุมน้ำลึกถึงอกตกใจหมดเลย พวกเพื่อนๆ ก็ไม่ได้ช่วยกันเลย มิหนำซ้ำยังหัวเราะเยาะกันยกใหญ่ อืม..จำไว้ !!

 TAT013.jpg picture by ayehello

TAT012.jpg picture by ayehello

หลังจากที่กระโจนลงน้ำจนตัวเปียกปอนกันแล้ว ก็มานั่งรอคิวโรยตัวกันอีกครั้ง ระหว่างที่นั่งรอก็สังเกตเห็นความร้อนภายในร่างกายของแต่ละคนลอยออกมาเหมือนควัน นี่เรากำลังสูญเสียความร้อนในร่างกายแล้วหรือนี่ .. นั่งไปได้สักพักก็เริ่มปากซีดตัวสั่น แต่ยังมีแรงอยู่  ทางทีมไฮเปอร์เวนเจอร์ก็บอกเราว่า เราเดินทางกันมาได้เกือบถึงครึ่งทางแล้ว … หา !!!! นี่ยังไม่ถึงครึ่งทางเหรอเนี่ย ????  มาถึงบริเวณนี้ขอถ่ายภาพหน้าตาที่อ่อนระโหยโรยแรงกันสักรูป แล้วต้องรีบรวบรวมพลังฮึดอีกสักรอบ

 TAT014.jpg picture by ayehello

ด่านที่สี่ โรยตัวผ่านผาน้ำตก

ด่านนี้ต้องโรยตัวผ่านน้ำตก ที่มีความสูง 15 เมตร และเมื่อลงไปถึงข้างล่างก็จะถึงครึ่งทางของการผจญภัยแล้วหละ พวกเราผ่าน 25 เมตรในด่านแรกมาได้แล้ว พอมาถึงด่านนี้ก็เริ่มสบายตัวและคล่องแคล่วกันมากขึ้น

  TAT015.jpg picture by ayehello

แต่สำหรับเราก็ยังคงมีความตื่นเต้นอยู่เช่นเคย และเมื่อโรยตัวมาจนถึงด้านล่างก็ต้องกระโจนลงน้ำกันอีกครั้ง และนี่แหละคือความสนุกสนานในถ้ำน้ำลอดแห่งนี้ 

TAT016.jpg picture by ayehello

ผ่านความสมบุกสมบันกันมาได้ครึ่งทางแล้ว อีกครึ่งทางที่เหลือจะเจอกับอะไรก็คงไม่หวั่น เพราะทีมไฮเปอร์เวนเจอร์บอกเราว่า ไม่มีการโรยตัวแล้ว ในใจเราก็คิดว่าคงไม่มีอะไรยากไปกว่าการโรยตัวแล้วหละ แต่ที่ไหนได้ ด่านต่อไปก็แสนโหดร้ายพอกัน  

ด่านที่ห้า ลอดช่องแคบ ด่านนี้ใครมีพุงคงจะลำบากกันสักหน่อย เพราะคนผอมแห้งแรงน้อยอย่างเรา ยังรู้สึกอึดอัดอย่างเห็นได้ชัด มาถึงด่านนี้ก็ทำหน้าเบ้กันทุกคน เพราะนอกจากจะต้องใช้ความพยามยามลอดช่องที่แสนแคบนี้ไปให้ได้แล้ว ก็ยังต้องเจอกับโคลนที่ขวางหน้าอยู่อีก ใครมาถึงด่านนี้ก็ต้องเละตุ้มเป๊ะทุกราย

  TAT017.jpg picture by ayehello TAT018.jpg picture by ayehello  

หลังจากนั้นเราก็มุ่งหน้าเดินทางกันต่อไป ระหว่างทางเราจะเห็นปลาไหลเผือกและปลาไหลสีน้ำตาลว่ายน้ำมาให้พวกเราได้เก็บภาพความน่ารัก ในถ้ำแห่งนี้มีปลามากมาย และส่วนใหญ่ก็มักจะมีสีขาว

TAT019.jpg picture by ayehello

ถ้ำทิพุเชะยังคงเป็น ถ้ำเป็น ซึ่งมีการเจริญเติบโตของหินงอกหินย้อยอย่างต่อเนื่อง ธรรมชาติที่เราได้เห็นในถ้ำแห่งนี้ก็มีทั้งกลุ่มโฟร์วสโตน , แท่นหินที่ค้ำยันเป็นเสาขนาดใหญ่ , ม่านริ้ว , หินปูนตามผนังถ้ำ , ทำนบหินปูน , หินปูนเกลียว , หินปูนฉาบกลมมนคล้ายลูกท้อ และนมพระจันทร์ เป็นต้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นตัวบอกนักท่องเที่ยวอย่างพวกเราให้มีความระมัดระวังและรับผิดชอบต่อธรรมชาติ เพราะเพียงแค่ปลายนิ้วที่เราไปสัมผัส มันก็หยุดเจริญเติบโตได้ทันที ดังนั้นเมื่อเราได้ไปเสพความสวยงามจากธรรมชาติแล้ว ก็จงปล่อยให้ธรรมชาติมีชีวิตที่ยืนยาวเพื่อให้นักท่องเที่ยวกลุ่มต่อไปได้เห็นความสวยงามอย่างที่เราเห็น

TAT020.jpg picture by ayehello

TAT021.jpg picture by ayehello

ด่านที่หก ท่อลอด

มาถึงในช่วงสุดท้ายของเส้นทางน้ำลอด จะมีผนังต่ำและเตี้ยมาก ซึ่งบริเวณนี้เรียกว่าท่อลอด เป็นจุดที่มีหินย้อยมากมาย บวกกับพื้นทรายที่มีหินสีสวยเรียงราย เราต้องใช้ความระมัดระวังเพื่อไม่ให้ตัวของเราโดนหินย้อยเหล่านี้ เพราะเพียงแค่นิ้วมือเราไปสัมผัสมันก็หยุดโต และจุดนี้เองที่ต้องบอกว่าเป็นจุดทิ้งความเหนื่อยที่สะสมมาตั้งแต่ต้น เพราะจากความสวยงามที่เราได้เห็น ก็ทำให้เราลืมความเหนื่อยไปได้เลยค่ะ

 TAT022.jpg picture by ayehello 

TAT024.jpg picture by ayehello

อีกไม่กี่นาทีเราก็จะได้ออกจากถ้ำแห่งนี้แล้ว ระยะทางเกือบ 1 กิโลเมตรกับเวลา 5 ชั่วโมงที่เราฟันผ่าความยากลำบากและท้าทายความพยายามในการเดินทางทั้ง โรยตัว ไต่ มุด ลอด ไถล คืบ คลาน ต้องสิ้นสุดลงแล้วหละ จากความรู้สึกกลัวความสูง กลัวการโรยตัว กลัวน้ำลึก กลัวสัตว์ประหลาด กลัวอะไรต่อมิอะไรสารพัดก็ค่อยๆ หมดไปตามระยะทางที่เราเดินผ่านมา  จนมาถึงจุดสุดท้ายที่เราจะต้องไต่ก้อนหินเพื่อขึ้นไปสู่ทางออกของถ้ำ กลับมีแต่ความปลื้มใจ มั่นใจ ดีใจที่เราได้พาออกไปจากถ้ำแห่งความท้าทายนี้  และผู้ที่เราจะต้องขอบคุณเป็นอย่างมากก็คือทีมไฮเปอร์เวนเจอร์ที่พาเราออกมาได้อย่างปลอดภัย  รวมถึงเพื่อนรักทั้งหลายที่ได้ร่วมทางแห่งความสนุก ตื่นเต้น ท้าทาย และยากลำบากไปด้วยกัน

After !!!

 TAT025.jpg picture by ayehello

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

การเดินทางมาผจญภัยถ้ำทิพุเชะ  จากเส้นกรุงเทพ-ตัวเมืองกาญจนบุรี  แล้วมุ่งหน้าต่อมายัง อ.ทองผาภูมิ  เมื่อถึงสามแยกทองผาภูมิ ให้แล้วเลี้ยวขวามาตามทางที่จะไป อ.สังขละบุรี จากนั้นตรงมาเรื่อยๆ ประมาณ 8 กิโลเมตรก็จะถึงบ้านห้วยอู่ล่องรีสอร์ท  สามารถติดต่อจองที่พักและกิจกรรมผจญภัยไร้ขีดจำกัดทั้งปีนผา โรยตัว เดินป่า ได้ที่บ้านห้วยอู่ล่องรีสอร์ท 034-531050 หรือ 02-8656173หรือจะติดต่อทีมไฮเปอร์เวนเจอร์เพื่อสอบถามกิจกรรมผจญภัยแบบนี้ได้ที่ http://www.hyperventure.com 

ต้องขอขอบคุณทีมสำรวจถ้ำทิพุเชะ .. โจ อู่ล่องและไฮเปอร์เวนเจอร์ .. ที่ทำให้เราได้เข้าไปสัมผัสความสนุกสนาน ตื่นเต้น และได้เห็นความสวยงามของธรรมชาติภายในถ้ำที่มืดมิด ดังเช่น ถ้ำทิพุเชะ แห่งนี้ค่ะ 

 

บุณณดาพาโรยตัวเที่ยวถ้ำ

boonnadatotravel@hotmail.com