August 24, 2008

พระนครนอนเล่น..งดงามด้วยงานศิลป์

Filed under: Bangkok — boonnada @ 6:12 pm

เดือนที่แล้วมีโอกาสได้ต้อนรับเพื่อนชาวญี่ปุ่นที่ตั้งใจมาเยือนเมืองไทยเป็นการเฉพาะ และครั้งนี้ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่อิชิโร่เพื่อนชาวแดนอาทิตย์อุทัยของเรามาเที่ยวเมืองไทย แต่จะเป็นครั้งที่เท่าไหร่นั้น เราก็จำแทบไม่ได้เช่นกัน เพราะอิชิโร่มาเที่ยวเมืองไทยแทบทุกปี เขาเล่าถึงความประทับใจที่มีต่อเมืองไทยให้เราฟังบ่อยครั้ง จับใจความได้ว่า เมืองไทยมีทะเลสวย ธรรมชาติงดงาม คนไทยใจดี แหม!! น่าจะบอกว่าสาวไทยสวยอีกสักหนึ่งข้อ ก็คงจะดีไม่น้อย J  ทุกครั้งที่อิชิโร่มาถึงกรุงเทพฯ ก็มักจะไปนอนพักที่โรงแรมละแวกรัชดาภิเษก ครั้งนี้หญิงไทยใจงามทั้งหลายเสนอแนะให้อิโร่ลองไปนอนพักที่โรงแรมแห่งใหม่ดูบ้างเพื่อเป็นการเปลี่ยนบรรยากาศ และจะได้เห็นความเป็นไทยในแบบอื่นที่แตกต่าง และโรงแรมนั้นก็คือ โรงแรมพระนครนอนเล่น อยู่ในซอยเทเวศร์ 1 ที่ตัดสินใจเลือกโรงแรมพระนครนอนเล่นให้อิชิโร่ก็เพราะเราเห็นกันว่าโรงแรมนี้มีความเป็นไทยที่ดูสงบ และงดงามไปด้วยลายเพ้นท์ภาพดอกไม้สีหวาน น่าจะถูกใจเพื่อนรักชาวญี่ปุ่นของเราที่มีอาชีพเป็นเจ้าของสวนดอกไม้ที่ญี่ปุ่น การที่เขาได้มาเห็นบรรยากาศที่ร่มรื่นแวดล้อมไปด้วยพันธุ์ไม้ของไทย ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เขาชื่นชอบ เพราะเขาได้เรียนรู้และทำความรู้จักกับต้นไม้ดอกไม้ในบ้านเรา 

เรื่องเล่าของพระนครนอนเล่นในวันนี้เป็นเรื่องเล่าที่มาพร้อมภาพบรรยากาศหลังหนึ่งทุ่มตรง  หลังจากที่พวกเราเลี้ยวเข้าซอยเทเวศน์ 1 ตรงไปอีกไม่ไกลก็จะเห็นซอยเล็กๆ ทางขวามือ ชะโงกหน้ามองเข้าไปในซอยก็จะเห็นประตูสีสันสวยงามติดป้ายชื่อโรงแรมพระนครนอนเล่น (Phranakorn NornLen)

สายตาแรกที่ได้เห็นประตูหน้าโรงแรม ก็ทำให้อยากวิ่งลงไปถ่ายรูปซะแล้ว และแล้วสายตา สมอง หัวใจ มือและขา ก็ช่างสัมพันธ์กันเหลือเกิน เรากับเพื่อนรีบวิ่งปรู๊ดลงจากรถ ไปโพสท์ท่าถ่ายรูปกับประตูที่มองดูธรรมดาแต่มันไม่ธรรมดา เมื่อดูจากโครงสร้างที่เป็นไม้เก่าผสานสีสันของประตูที่มีหลากสีแต่กลมกลืน รวมถึงดวงไฟส่องสว่างที่เน้นให้ประตูดูและชื่อโรงแรมดูเด่นชัดขึ้นมา อีกทั้งดอกไม้สีเหลืองที่ห้อยระย้าลงมาประดับประตูบานใหญ่ ทุกอย่างช่างผสมผสานได้อย่างลงตัว

001-2.jpg picture by ayehello 

เมื่อเปิดประตูเข้าไปภายในโรงแรม พวกเราสัมผัสได้ถึงความสงบ อบอุ่น และปลอดภัยที่เหมือนเป็นบ้านมากกว่าโรงแรม ด้านซ้ายเป็นที่นั่งอ่านหนังสือเล่นอินเตอร์เนต สามารถนั่งนอนเอกเขนกได้ ด้านขวาเป็นที่นั่งรับประทานอาหาร มีการจำลองร้านค้ายุคเก่าซึ่งสร้างเสน่ห์ให้กับที่นี่ ตรงกลางมีสวนต้นไม้เพิ่มความเป็นธรรมชาติ แต่ความสวยงามที่แฝงอยู่ก็คือภาพดอกไม้ที่อยู่บนโต๊ะและปลอกหมองอิง พร้อมทั้งการใช้สีที่ทำให้พระนครนอนเล่นดูสดใสแม้ในยามค่ำ  002-2.jpg picture by ayehello

ระหว่างที่ชื่นชมความสวยงามที่ดูสดใสนั้น ก็ขอชักภาพเป็นที่ระลึกร่วมกันสักใบสองใบ เห็นหน้าอิชิโร่ยิ้มแย้มและชื่นชอบโรงแรมที่เพื่อนๆ พี่ๆ ได้แนะนำในครั้งนี้ก็ดีใจแล้ว : ) 003-2.jpg picture by ayehello

ขนาดในห้องน้ำของโรงแรมก็ยังมีรายละเอียดในเรื่องสีสันและภาพวาดที่ไม่หลุดคอนเซ็ปต์แม้แต่น้อย ที่สำคัญสะอาดและมีการถ่ายเทอากาศที่ดีด้วยค่ะ  004-2.jpg picture by ayehello

พวกเราเดินสำรวจและชื่นชมด้านล่างของโรงแรมอยู่นาน ก็ถึงเวลาเดินขึ้นไปส่งอิชิโร่บนห้องพักที่ชั้นสองกันแล้ว ระหว่างทางเดินก็ไม่อยากจะพลาดการถ่ายภาพแม้แต่ฉากเดียว ก็แหม!! มันสวยไปทุกพื้นที่ขนาดนั้น ใครหละจะอยากพลาด ใช่ไหมคะ!! 005-1.jpg picture by ayehello เดินมาถึงหน้าห้องพัก 203 ของอิชิโร่กันแล้ว และแล้วชายหนุ่มสัญชาติญี่ปุ่นก็ชวนเหล่าสาวงามชาวไทยเข้าไปในห้องพัก อ๊ะ!! อย่าเพิ่งตกอกตกใจกันไป หญิงไทยอย่างเราขอเข้าไปชื่นชมความสวยงามในห้องพักห้องนี้เท่านั้น  เพราะเคยได้ยินมาว่าที่โรงแรมพระนครนอนเล่นในแต่ละห้อง จะมีภาพวาดที่ไม่เหมือนกัน ส่วนห้องนี้จะมีลวดลายเป็นอย่างไรกันนะ เลื่อนสายตาลงมาชมพร้อมกันเลยค่ะ  006-1.jpg picture by ayehello

โอ้โห !! ห้องพักอิชิโร่สีหวานแหวว เตียงใหญ่ แอร์เย็นสบาย นอกจากรายละเอียดของภาพวาดแล้ว ก็ยังประดับประดาไปด้วยลูกปัดที่ห้อยระย้าสร้างความอ่อนหวานให้เพิ่มมากยิ่งขึ้น อิชิโร่ถึงแม้จะเป็นชายแท้ แต่หัวใจเต็มไปด้วยความชอบในความสวยงามของดอกไม้ทุกชนิด เขาถึงลงทุนปลูกดอกไม้ขาย มีชีวิตในญี่ปุ่นซึ่งต้องทำงานกับดอกไม้ 7 เดือน อีก 5 เดือนก็เป็นช่วงเวลาพักผ่อนที่สามารถท่องเที่ยวไปในโลกกว้าง และจะต้องแวะเวียนมาเที่ยวเมืองไทยเสมอ พวกเราได้ส่งอิชิโร่ถึงในห้องพักแล้ว ก็ถือว่าหมดภาระกิจในหน้าที่เพื่อนชาวไทยที่สุดแสนเฟรนลี่แล้วค่ะ ห้องพักที่เราเปิดให้ดูนี้ราคาอยู่ที่ประมาณ 1,800 บาท  ส่วนห้องพักในแบบอื่นก็มีอยู่หลายราคาขึ้นอยู่กับขนาดและแบบของห้องพัก สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ รร.พระนครนอนเล่น โทร. 02-964-9951 ค่ะได้มาเห็นความสวยงามของลายดอกไม้ที่เพ้นท์ลงบนผนังแบบนี้แล้ว ทำให้อยากมีผนังลายสวยแบบนี้ที่บ้านบ้างจังเลยค่ะ :-)

*******************************************************************************************

May 5, 2008

สถูปรูปทรงพุทธคยา ที่วัดอมราวราราม

Filed under: Bangkok — boonnada @ 2:16 pm

  

หากกล่าวถึงเจดีย์หรือสถูปพุทธคยา  ก็คงต้องนึกถึงประเทศอินเดีย แต่มาในครั้งนี้เราไม่ต้องไปถึงประเทศอินเดียค่ะ เพราะในประเทศไทยของเราก็มีสถูปรูปทรงพุทธคยาที่สวยงาม ซึ่งตั้งอยู่ในวัดอมราวราราม เขตสายไหม จังหวัดกรุงเทพฯ นี่เอง และที่นี่ก็ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของเขตสายไหมอีกด้วย  แต่แหล่งท่องเที่ยวทางพุทธศาสนาแห่งนี้อาจจะยังไม่เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย เนื่องจากเพิ่งมีการก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2534 แต่ความงดงามและความมีคุณค่าทางพุทธศาสนานั้นมีมากมายเหลือคณานับ  ถ้าเช่นนั้นมาทำความรู้จักวัดแห่งนี้กันเลยค่ะ 

 TAT001.jpg picture by ayehello

 001.jpg picture by ayehello

                วัดอมราวราราม เป็นวัดที่สร้างขึ้นจากความศรัทธาในพุทธศาสนาของพุทธศาสนิกชนคนหนึ่ง นั่นก็คือศาสตราจารย์แพทย์หญิงอมรา จันทราภานนท์ ซึ่งท่านได้ถวายที่ดินส่วนตัวเป็นจำนวนสิบกว่าไร่ แต่เดิมสร้างเพื่อเป็นสำนักปฏิบัติธรรมในนาม ศูนย์ธุดงค์อมราวนาราม และเพื่อเป็นการอุทิศส่วนกุศลให้กับนายแพทย์อุกฤษฐ์ จันทราภานนท์ ผู้เป็นสามี   ในสมัยแรกนั้นก็ได้มีพุทธศาสนิกชนมาบำเพ็ญบุญและร่วมปฏิบัติธรรมมิได้ขาด  ต่อมาวัดแห่งนี้ได้รับอนุญาตประกาศตั้งเป็นวัดในพุทธศาสนาเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2534  และมีนามว่า วัดอมราวราราม  ตามชื่อของเจ้าของคือ คุณหมออมรา ผู้มีศรัทธาอันยิ่งใหญ่  และในปี พ.ศ. 2535  ได้มีการก่อสร้างสถูปรูปทรงพุทธคยาที่มีความละเอียดอ่อนและงดงาม  ต่อมาในปี พ.ศ. 2536 จึงได้ ทำพิธีเททองหล่อพระประธานพระพุทธสิหิงค์จำลอง และได้อันเชิญไปประดิษฐานอยู่ภายในสถูป เพื่อให้ประชาชนได้กราบไหว้เป็นสิริมงคลแก่ชีวิต  และสถูปจำลองแบบพุทธคยาแห่งนี้เป็นความงดงามทางศิลปะการก่อสร้างศาสนสถานที่ควรค่าแก่การเคารพบูชาของพุทธศาสนิกชนอย่างเราท่านค่ะ

 true01.jpg picture by ayehello TAT003.jpg picture by ayehello

TAT002.jpg picture by ayehello

                นอกจากที่วัดอมราวรารามจะมีสถูปจำลองแบบพุทธคยาที่งดงามแล้ว ที่นี่ยังเป็นวัดวิปัสสนาที่ประชาชนทั่วไปให้ความสนใจเข้ามาปฏิบัติธรรม นั่งสมาธิ และประกอบพิธีทางศาสนาอีกด้วย  โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนที่วัดแห่งนี้ได้ส่งเสริมการปฏิบัติธรรมกรรมฐานบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อนอีกด้วย  ถ้าท่านใดสนใจอยากไปชมศิลปะที่สวยงาม และอยากไปร่วมทำบุญ ก็ขอเรียนเชิญไปที่วัดอมราวรารามแห่งนี้ได้

การเดินทางไปวัดอมราวราราม.. ให้เลี้ยวเข้าซอยพหลโยธิน 52  ขับตรงไปไม่ไกล จากนั้นจะเห็นทางเข้าวัดตั้งอยู่ตรงหัวโค้ง

เชิญชมศิลปะสวย บรรยากาศร่มรื่น และร่วมทำบุญกันที่วัดแห่งนี้นะคะ

บุณณดา

boonnadatotravel@hotmail.com

April 27, 2008

ไหว้พระขอพรเก้าพระอารามหลวง

Filed under: Bangkok — boonnada @ 7:57 pm

            ประเพณีสงกรานต์ที่แสนรื่นเริงของชาวไทยในปีนี้ได้ผ่านพ้นไปแล้ว แต่บรรยากาศความสนุกสนาน  รื่นเริง และอบอุ่นยังคงอยู่  หลายคนได้เดินทางไปท่องเที่ยวพร้อมครอบครัวที่ต่างจังหวัด นับเป็นช่วงเวลาที่แสนอบอุ่น ส่วนเราหลังจากที่คิดแล้วคิดอีกว่าสงกรานต์ปีนี้จะไปท่องเที่ยวที่ใด ก็เป็นอันตัดสินใจได้ว่า เที่ยวกรุงเทพก็ดีเหมือนกัน เพราะในเมืองหลวงช่วงนี้ถือว่าเป็นดินแดนสวรรค์  เพราะรถไม่ติด ดังนั้นเราขอไปท่องเที่ยวไหว้พระทำบุญ 9 วัดในจังหวัดกรุงเทพ เพื่อความเป็นสิริมงคลรับปีใหม่ไทยค่ะ               

 การท่องเที่ยวไหว้พระทำบุญขอพรในครั้งนี้เราเลือกไปไหว้พระขอพรเก้าพระอารามหลวง บริเวณรอบเกาะกรุงรัตนโกสินทร์  เริ่มจาก วัดระฆังโฆสิตาราม เราเข้าไปกราบไหว้พระประธานและหลวงพ่อโต พรหมรังสี พร้อมนั่งท่องบทสวดคาถาชินบัญชร  แต่ละวัดนั้นจะมีคติของวัดที่แตกต่างกัน อย่างที่วัดแห่งนี้มีคติว่า มีชื่อเสียงโด่งดัง ผู้คนนิยมชมชื่น  ดังนั้นหากมาไหว้พระที่วัดระฆังฯ ก็ให้ขอพรตามคติของวัดนะคะ ส่วนเรา รีบยกมือไหว้แล้วอธิษฐานตามนี้เลยค่ะ               

พระอารามหลวงที่สองที่เราจะไปกันนั้นก็คือ วัดอรุณราชวราราม(วัดแจ้ง) วิธีการเดินทางของเราคือใช้บริการรถตุ๊กตุ๊ก โดยเรียกหน้าซอยวัดระฆังฯ ไปถึงวัดอรุณฯ ก็ประมาณ 30-40 บาท คติของวัดนี้ก็คือ ชีวิตรุ่งโรจน์ทุกคืนวัน  จากนั้นก็เดินชมความยิ่งใหญ่และงดงามของพระปรางค์วัดอรุณฯ ก่อนจะมุ่งหน้าไปกันต่อ               

มาต่อกันที่วัดต่อไปเลยดีกว่า เรายังอยู่กันที่ฝั่งธนบุรีกันเช่นเคย พระอารามที่สามที่เราจะไปกราบไหว้นั้นก็คือ วัดกัลยาณมิตร  วิธีเดินทางก็เหมือนเคยคือใช้บริการรถตุ๊กตุ๊กที่อยู่หน้าวัด ค่าเดินทาง 40 บาท คติของวัดกัลยาณมิตรก็คือ        เดินทางปลอดภัย มีมิตรไมตรีดี                  

ออกจากวัดกัลยาณมิตรเราก็เดินทางโดยเรือข้ามแม่น้ำไปฝั่งพระนคร ซึ่งเราสามารถขึ้นเรือข้ามฝากที่หน้าวัดแล้วไปลงที่ท่าเรือบริเวณปากคลองตลาด จากนั้นก็เดินออกกำลังกายไปไหว้พระอารามหลวงที่สี่นั่นคือวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์)  เราเดินเข้าไปกราบไหว้พร้อมขอพรพระนอนที่งดงามและศักสิทธิ์คติของวัดนี้คือ ร่มเย็นเป็นสุข   นอกจากเราจะได้ไหว้พระขอพร สรงน้ำพระแล้ว เรายังได้รดน้ำใต้ต้นศรีมหาโพธิ์ที่อยู่ภายในบริเวณวัดอีกด้วย ถือว่าเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต              

ออกจากวัดโพธิ์เราก็โบกรถเมล์ไปลงที่พระอารามหลวงต่อไป นั่นก็คือ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) ถึงแม้ว่าวันนี้อากาศจะร้อน แต่เมื่อเข้าไปในพระอุโบสถกลับมีแต่ความเย็นสบาย ทำให้เรานั่งสวดมนต์ไปได้เรื่อยๆ  และขอพรจากพระแก้วมรกต คติของวัดพระแก้วก็คือ เพื่อจิตใจสะอาด ดุจรัตนตรัย ”            

พระอารามหลวงที่หกที่เราจะเดินทางไปกราบไหว้กันต่อนั่นก็คือ วัดชนะสงคราม เราใช้วิธีโดยสารรถตุ๊กตุ๊กเช่นเคย เพื่อความคล่องตัว ส่วนค่ารถจากวัดพระแก้วถึงวัดชนะสงครามราคา 50 บาท และเมื่อเข้าเขตบางลำพู ก็โดนสาดน้ำรับสงกรานต์กันเลยค่ะ ถือว่าเป็นน้ำแรกแห่งปีกันเลยทีเดียว บริเวณนั้นในช่วงวันที่ 12 เมษายน ประชาชนก็เริ่มเล่นสาดน้ำกันอย่างสนุกสนานแล้วค่ะ โดยเฉพาะบริเวณตรอกข้าวสารทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติต่างพกพาอุปกรณ์เล่นน้ำและออกมาเล่นด้วยกัน นับว่าเป็นภาพที่น่ารักมากค่ะ เมื่อไปถึงวัดชนะสงคราม เราก็ไหว้พระทำบุญและขอพรจากพระพุทธนรสีห์ตรีโลกเชฏฐ์ ตามคติของวัดนั่นก็คือ มีชัยชนะต่ออุปสรรคทั้งปวง                 

ออกจากวัดที่หกก็มุ่งหน้าไปวัดที่เจ็ดโดยรถแท็กซี่ (ราคาอยู่ที่ประมาณไม่เกิน 39 บาทนี่แหละค่ะ)  เพราะถ้าเราเดินไปหรือนั่งรถตุ๊กตุ๊กก็คงเปียกปอนก่อนถึงวัดที่เก้าแน่นอน  พระอารามหลวงที่เจ็ดที่เราจะไปไหว้พระขอพรนั่นก็คือ วัดบวรนิเวศวิหาร เราเข้าไปไหว้พระพุทธชินสีห์และขอพรจากท่าน  คติของวัดนี้คือ พบแต่สิ่งดีงามในชีวิต                

 ไปกันต่อที่พระอารามหลวงต่อไปนั่นก็คือ วัดสุทัศนเทพวราราม  เรามาถึงวัดนี้โดยรถตุ๊กตุ๊กสุดยอดความนิยมราคาค่าโดยสารอยู่ที่ 50 บาท จากนั้นก็เดินเข้าไปขอพรพระศรีศากยมุนี  ส่วนคติของวัดนี้คือ วิสัยทัศน์กว้างไกล มีเสน่ห์แก่บุคคลทั่วไป            

และพระอารามหลวงสุดท้ายที่เราจะไปกราบไหว้ ทำบุญ และขอพรกันนั้นก็คือ วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร วิธีการเดินทางของเราก็คือโดยสารรถแท็กซี่  และวัดสุดท้ายนี้เราต้องเดินขึ้นไปบนภูเขาทอง  ระยะทางและความสูงเป็นเครื่องพิสูจน์ความเคารพ ความศรัทธา และความอดทนของเรา  แต่เมื่อเดินขึ้นไปถึง ก็จะได้สัมผัสกับลมเย็นสบายและสามารถมองเมืองหลวงของเราไปได้ไกลจากมุมสูง แต่สิ่งสำคัญที่สุดก็คือการได้กราบไหว้พระบรมสารีริกธาตุ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตัวเอง  ส่วนคติของวัดสระเกศก็คือ ” เสริมสร้างความคิดอันเป็นสิริมงคล “                             การเดินทางท่องเที่ยวไหว้พระขอพร 9 พระอารามหลวงนั้น ทางที่ดีเราควรที่จะนั่งรถโดยสารประจำทาง รถตุ๊กตุ๊ก รถแท็กซี่ หรือเดินระหว่างวัดบางวัดที่อยู่ใกล้กันก็ย่อมได้ค่ะ ถ้าหากนำรถมาเองอาจจะเสียเวลาในการหาที่จอดรถ และไม่ค่อยคล่องตัว   วันนี้นอกจากเราจะได้ไหว้พระ ทำบุญ และขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์แล้ว เรายังได้ร่วมกิจกรรมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย โดยการรับแผ่นสะสมตราประทับไหว้พระขอพร 9 พระอารามหลวง เมื่อไปถึงที่วัดก็ประทับตราประจำวัดให้ครบทั้ง 9 วัด ก็จะได้ของที่ระลึกจาก ททท. ตามรูปถ่ายด้านล่างนี้ และยังได้ร่วมลุ้นโชคต่อใน http://www.songkran.net  อีกด้วย 

TAT006.jpg picture by ayehello

TAT007.jpg picture by ayehello

การไหว้พระขอพรนั้นสามารถทำได้ทุกวัน ไม่เพียงแต่เฉพาะในเทศกาลเท่านั้น ถ้าหากใครว่างช่วงใดก็สามารถไปได้ทุกเมื่อ ครั้งนี้ขอลาไปพร้อมใจที่อิ่มบุญก่อนนะคะ 

แล้วสงกรานต์ที่ผ่านมา..คุณไปเที่ยวที่ใด??? อย่าลืมมาเล่าให้อ่านด้วยนะคะ..ขอบคุณมากค่ะ

บุณณดา  เที่ยววัดช่วงสงกรานต์

boonnadatotravel@hotmail.com