ผจญภัยห้าชั่วโมง พิชิตถ้ำทิพุเชะ
ทริปนี้เป็นการท่องเที่ยวเชิงผจญภัย ที่ต้องอาศัยกำลังของกายและใจเป็นหลัก ทั้งที่ตัวเราเองนั้นไปในแบบกายพร้อม ใจไม่พร้อม แต่ต้องลุย !!! เพราะความพิเศษที่ทำให้เราอยากไปเที่ยวนั่นก็คือ ครั้งนี้เป็นการรวมตัวกันของกลุ่มเพื่อนที่นานทีหลายปีหนจะสามารถรวมกันเพื่อไปเที่ยวต่างจังหวัดได้สักครั้งหนึ่ง หลายคนคงเคยเจอปัญหานี้เหมือนกับเรา เนื่องจากแต่ละคนก็มีภาระหน้าที่การทำงานที่ต้องรับผิดชอบ และวันว่างก็มักจะไม่ตรงกัน กว่าจะรวมตัวกันไปเที่ยวได้ก็ช่างยากเย็นแสนเข็ญ และที่ผ่านมาโปรแกรมสุดหรรษากับเหล่าผองเพื่อนก็ต้องล่มกันไปตามระเบียบ แต่ในครั้งนี้ฟ้าเป็นใจให้พวกเราไปผจญชะตาชีวิตที่น่าตื่นเต้นร่วมกันที่ถ้ำทิพุเชะ จังหวัดกาญจนบุรี
หากพูดถึง “ ถ้ำทิพุเชะ ” หลายคนอาจไม่คุ้นหูนัก เพราะถ้ำนี้ไม่ได้เปิดเป็นถ้ำที่สามารถเดินเข้าไปชมความสวยงามภายในได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากความชันของปากถ้ำและความลึกลับในความมืดที่เป็นตัวกำหนดผู้มาเยือน แต่ถ้าในกลุ่มของนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการผจญภัย อาจจะรู้จักและเคยไปสัมผัสความยากลำบากในการเข้าถ้ำแห่งนี้มาแล้ว แต่ก่อนที่จะไปลุยด้วยกันนั้น เราก็ต้องมีการเตรียมความพร้อมกันก่อน
เมื่อพวกเราเดินทางมาถึงบ้านห้วยอู่ล่องรีสอร์ท อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ก็รีบกระวีกระวาดไปเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดที่สามารถใส่แล้วทิ้งได้เลยตามที่หัวหน้าทริปนายตาต้าได้ขู่เอาไว้ (หรือจะพูดจริงก็ไม่รู้ !!) เมื่อรวมตัวกันครบ ก็ไปนั่งฟังทีมไฮเปอร์เวนเจอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการปีนผาและการท่องเที่ยวเชิงผจญภัยที่จะเป็นผู้ดูแลและพาเราเข้าถ้ำ อธิบายลักษณะของถ้ำทิพุเชะ และสอนวิธีการโรยตัว ซึ่งทำให้พวกเราตื่นเต้นกันยกใหญ่ เพราะเกิดมายังไม่เคยโรยตัวที่ไหนมาก่อน
อุปกรณ์ที่เราต้องใช้ก็คือ หมวกกันกระแทกที่มีไฟฉายคาดติดไว้ กระเป๋าใส่แบตเตอรี่คาดติดหน้าอก สนับเข่า สนับศอก ถุงมือ และที่สำคัญอีกสองอย่างที่ต้องเตรียมคือ เตรียมร่างกาย และเตรียมใจให้พร้อม
ซึ่งในใจตอนนี้คิดว่า ” โอ้ !! มีโรยตัวด้วย จะรอดไม๊เนี่ยเรา ถอยตอนนี้ยังทันนะ “


Before !!

แต่แล้วเหตุการณ์และเวลาก็พาเรานั่งรถ 4 WD ผ่านเส้นทางแห่งความหฤโหดมาจนถึงปากถ้ำ “ อืม !! ถอยไม่ทันแล้วหละ”

เมื่ออุปกรณ์พร้อม พลังกายพร้อม พลังใจก็จำเป็นต้องพร้อมไปด้วย เพราะตอนนี้เดินเข้าถ้ำมาแล้ว และด่านแรกที่เราต้องฝ่าฟันไปให้ได้ก็คือหน้าผาที่บริเวณปากถ้ำ ซึ่งมีความสูงประมาณ 25 เมตร บริเวณนี้เราต้องต่อคิวกันเพื่อโรยตัวลงไปข้างล่าง เราทำเป็นมั่นใจพร้อมออกปากขอโรยตัวเป็นคนที่สอง เพื่อให้ภาระหน้าที่และความกลัวที่มีอยู่ในตอนนี้จะได้หมดไปโดยเร็ว แต่จำความรู้สึกตอนที่ต้องไปยืนอยู่ริมหน้าผาได้ดี ตอนนั้นใจและขาสั่นเป็นจังหวะเดียวกัน แต่แล้วก็ต้องค่อยๆ ขยับเท้าก้าวถอยหลังลงไปทีละก้าว มือขวาจับเชือกให้มั่น ใจท่องพุทโธ .. โถ !! ชีวิตเรา
(ด่านแรกโรยตัวฝ่าความสูง 25 เมตร)

แต่เมื่อผ่าน 25 เมตรแห่งความสูงชันไปได้แล้ว เราก็มานั่งคิดว่า โธ่เอ๊ย!! แค่นี้เอง..ไม่ได้ยากเลย..จะกลัวไปก่อนทำไม?? ถ้าเราถอยในตอนแรก ไม่ยอมลงมา ก็จะไม่รู้ว่า เราก็ทำได้ และเราก็จะไม่ได้เห็นความสวยงามที่ซ่อนอยู่ภายในถ้ำที่มีความมืดมิดแห่งนี้ด้วย

เมื่อความมั่นใจของจริงเข้าสิงก็ทำให้การท่องเที่ยวเชิงผจญภัยในถ้ำแห่งนี้มีความสนุกมากขึ้น และเราก็พร้อมที่จะเผชิญความท้าทายไปพร้อมๆ กับเพื่อนแล้วหละ
ด่านที่สอง “ ลื่นไถลลงน้ำเย็น ”
“ ถ้ำทิพุเชะ ” เป็นภาษากระเหรี่ยง ซึ่งแปลว่า “ ถ้ำน้ำลอด ” ในช่วงฤดูฝนจะมีน้ำไหลลอดผ่านถ้ำแห่งนี้ ซึ่งในบางช่วงของถ้ำจะถูกน้ำปิดกั้นทางผ่าน ทำให้ต้องดำน้ำเพื่อมุดผ่านไปให้ได้ หรือบางช่วงก็ต้องลอยคอกันเลยทีเดียว แต่การมาเที่ยวช่วงเดือนมีนาคมของเราในครั้งนี้ ไม่มีช่วงที่ต้องดำน้ำค่ะ แต่ก็มีบ่อน้ำให้เราต้องลงไปสัมผัสความเย็นหลายจุดด้วยกันค่ะ
ด่านที่สาม “ ไต่รูกระโจนลงน้ำ ”
ด่านนี้ก็ยังหนีไม่พ้นการลงน้ำเย็น ในด่านที่สองน้ำลึกแค่เอว แต่พอมาถึงด่านนี้เรากระโจนลงหลุมน้ำลึกถึงอกตกใจหมดเลย พวกเพื่อนๆ ก็ไม่ได้ช่วยกันเลย มิหนำซ้ำยังหัวเราะเยาะกันยกใหญ่ “ อืม..จำไว้ !! ”


หลังจากที่กระโจนลงน้ำจนตัวเปียกปอนกันแล้ว ก็มานั่งรอคิวโรยตัวกันอีกครั้ง ระหว่างที่นั่งรอก็สังเกตเห็นความร้อนภายในร่างกายของแต่ละคนลอยออกมาเหมือนควัน นี่เรากำลังสูญเสียความร้อนในร่างกายแล้วหรือนี่ .. นั่งไปได้สักพักก็เริ่มปากซีดตัวสั่น แต่ยังมีแรงอยู่ ทางทีมไฮเปอร์เวนเจอร์ก็บอกเราว่า “ เราเดินทางกันมาได้เกือบถึงครึ่งทางแล้ว ” … หา !!!! นี่ยังไม่ถึงครึ่งทางเหรอเนี่ย ???? มาถึงบริเวณนี้ขอถ่ายภาพหน้าตาที่อ่อนระโหยโรยแรงกันสักรูป แล้วต้องรีบรวบรวมพลังฮึดอีกสักรอบ

ด่านที่สี่ “ โรยตัวผ่านผาน้ำตก ”
ด่านนี้ต้องโรยตัวผ่านน้ำตก ที่มีความสูง 15 เมตร และเมื่อลงไปถึงข้างล่างก็จะถึงครึ่งทางของการผจญภัยแล้วหละ พวกเราผ่าน 25 เมตรในด่านแรกมาได้แล้ว พอมาถึงด่านนี้ก็เริ่มสบายตัวและคล่องแคล่วกันมากขึ้น

แต่สำหรับเราก็ยังคงมีความตื่นเต้นอยู่เช่นเคย และเมื่อโรยตัวมาจนถึงด้านล่างก็ต้องกระโจนลงน้ำกันอีกครั้ง และนี่แหละคือความสนุกสนานในถ้ำน้ำลอดแห่งนี้

ผ่านความสมบุกสมบันกันมาได้ครึ่งทางแล้ว อีกครึ่งทางที่เหลือจะเจอกับอะไรก็คงไม่หวั่น เพราะทีมไฮเปอร์เวนเจอร์บอกเราว่า ไม่มีการโรยตัวแล้ว ในใจเราก็คิดว่าคงไม่มีอะไรยากไปกว่าการโรยตัวแล้วหละ แต่ที่ไหนได้ ด่านต่อไปก็แสนโหดร้ายพอกัน
ด่านที่ห้า “ ลอดช่องแคบ ”ด่านนี้ใครมีพุงคงจะลำบากกันสักหน่อย เพราะคนผอมแห้งแรงน้อยอย่างเรา ยังรู้สึกอึดอัดอย่างเห็นได้ชัด มาถึงด่านนี้ก็ทำหน้าเบ้กันทุกคน เพราะนอกจากจะต้องใช้ความพยามยามลอดช่องที่แสนแคบนี้ไปให้ได้แล้ว ก็ยังต้องเจอกับโคลนที่ขวางหน้าอยู่อีก ใครมาถึงด่านนี้ก็ต้องเละตุ้มเป๊ะทุกราย
หลังจากนั้นเราก็มุ่งหน้าเดินทางกันต่อไป ระหว่างทางเราจะเห็นปลาไหลเผือกและปลาไหลสีน้ำตาลว่ายน้ำมาให้พวกเราได้เก็บภาพความน่ารัก ในถ้ำแห่งนี้มีปลามากมาย และส่วนใหญ่ก็มักจะมีสีขาว

ถ้ำทิพุเชะยังคงเป็น “ ถ้ำเป็น ” ซึ่งมีการเจริญเติบโตของหินงอกหินย้อยอย่างต่อเนื่อง ธรรมชาติที่เราได้เห็นในถ้ำแห่งนี้ก็มีทั้งกลุ่มโฟร์วสโตน , แท่นหินที่ค้ำยันเป็นเสาขนาดใหญ่ , ม่านริ้ว , หินปูนตามผนังถ้ำ , ทำนบหินปูน , หินปูนเกลียว , หินปูนฉาบกลมมนคล้ายลูกท้อ และนมพระจันทร์ เป็นต้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นตัวบอกนักท่องเที่ยวอย่างพวกเราให้มีความระมัดระวังและรับผิดชอบต่อธรรมชาติ เพราะเพียงแค่ปลายนิ้วที่เราไปสัมผัส มันก็หยุดเจริญเติบโตได้ทันที ดังนั้นเมื่อเราได้ไปเสพความสวยงามจากธรรมชาติแล้ว ก็จงปล่อยให้ธรรมชาติมีชีวิตที่ยืนยาวเพื่อให้นักท่องเที่ยวกลุ่มต่อไปได้เห็นความสวยงามอย่างที่เราเห็น


ด่านที่หก “ ท่อลอด ”
มาถึงในช่วงสุดท้ายของเส้นทางน้ำลอด จะมีผนังต่ำและเตี้ยมาก ซึ่งบริเวณนี้เรียกว่าท่อลอด เป็นจุดที่มีหินย้อยมากมาย บวกกับพื้นทรายที่มีหินสีสวยเรียงราย เราต้องใช้ความระมัดระวังเพื่อไม่ให้ตัวของเราโดนหินย้อยเหล่านี้ เพราะเพียงแค่นิ้วมือเราไปสัมผัสมันก็หยุดโต และจุดนี้เองที่ต้องบอกว่าเป็นจุดทิ้งความเหนื่อยที่สะสมมาตั้งแต่ต้น เพราะจากความสวยงามที่เราได้เห็น ก็ทำให้เราลืมความเหนื่อยไปได้เลยค่ะ

อีกไม่กี่นาทีเราก็จะได้ออกจากถ้ำแห่งนี้แล้ว ระยะทางเกือบ 1 กิโลเมตรกับเวลา 5 ชั่วโมงที่เราฟันผ่าความยากลำบากและท้าทายความพยายามในการเดินทางทั้ง โรยตัว ไต่ มุด ลอด ไถล คืบ คลาน ต้องสิ้นสุดลงแล้วหละ จากความรู้สึกกลัวความสูง กลัวการโรยตัว กลัวน้ำลึก กลัวสัตว์ประหลาด กลัวอะไรต่อมิอะไรสารพัดก็ค่อยๆ หมดไปตามระยะทางที่เราเดินผ่านมา จนมาถึงจุดสุดท้ายที่เราจะต้องไต่ก้อนหินเพื่อขึ้นไปสู่ทางออกของถ้ำ กลับมีแต่ความปลื้มใจ มั่นใจ ดีใจที่เราได้พาออกไปจากถ้ำแห่งความท้าทายนี้ และผู้ที่เราจะต้องขอบคุณเป็นอย่างมากก็คือทีมไฮเปอร์เวนเจอร์ที่พาเราออกมาได้อย่างปลอดภัย รวมถึงเพื่อนรักทั้งหลายที่ได้ร่วมทางแห่งความสนุก ตื่นเต้น ท้าทาย และยากลำบากไปด้วยกัน
After !!!

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
การเดินทางมาผจญภัยถ้ำทิพุเชะ จากเส้นกรุงเทพ-ตัวเมืองกาญจนบุรี แล้วมุ่งหน้าต่อมายัง อ.ทองผาภูมิ เมื่อถึงสามแยกทองผาภูมิ ให้แล้วเลี้ยวขวามาตามทางที่จะไป อ.สังขละบุรี จากนั้นตรงมาเรื่อยๆ ประมาณ 8 กิโลเมตรก็จะถึงบ้านห้วยอู่ล่องรีสอร์ท สามารถติดต่อจองที่พักและกิจกรรมผจญภัยไร้ขีดจำกัดทั้งปีนผา โรยตัว เดินป่า ได้ที่บ้านห้วยอู่ล่องรีสอร์ท 034-531050 หรือ 02-8656173หรือจะติดต่อทีมไฮเปอร์เวนเจอร์เพื่อสอบถามกิจกรรมผจญภัยแบบนี้ได้ที่ http://www.hyperventure.com
ต้องขอขอบคุณทีมสำรวจถ้ำทิพุเชะ .. โจ อู่ล่องและไฮเปอร์เวนเจอร์ .. ที่ทำให้เราได้เข้าไปสัมผัสความสนุกสนาน ตื่นเต้น และได้เห็นความสวยงามของธรรมชาติภายในถ้ำที่มืดมิด ดังเช่น “ ถ้ำทิพุเชะ ” แห่งนี้ค่ะ
บุณณดาพาโรยตัวเที่ยวถ้ำ




















