March 30, 2008

ผจญภัยห้าชั่วโมง พิชิตถ้ำทิพุเชะ

Filed under: Kanchanaburi — boonnada @ 2:33 am

ทริปนี้เป็นการท่องเที่ยวเชิงผจญภัย ที่ต้องอาศัยกำลังของกายและใจเป็นหลัก ทั้งที่ตัวเราเองนั้นไปในแบบกายพร้อม ใจไม่พร้อม แต่ต้องลุย !!! เพราะความพิเศษที่ทำให้เราอยากไปเที่ยวนั่นก็คือ ครั้งนี้เป็นการรวมตัวกันของกลุ่มเพื่อนที่นานทีหลายปีหนจะสามารถรวมกันเพื่อไปเที่ยวต่างจังหวัดได้สักครั้งหนึ่ง หลายคนคงเคยเจอปัญหานี้เหมือนกับเรา เนื่องจากแต่ละคนก็มีภาระหน้าที่การทำงานที่ต้องรับผิดชอบ และวันว่างก็มักจะไม่ตรงกัน  กว่าจะรวมตัวกันไปเที่ยวได้ก็ช่างยากเย็นแสนเข็ญ และที่ผ่านมาโปรแกรมสุดหรรษากับเหล่าผองเพื่อนก็ต้องล่มกันไปตามระเบียบ  แต่ในครั้งนี้ฟ้าเป็นใจให้พวกเราไปผจญชะตาชีวิตที่น่าตื่นเต้นร่วมกันที่ถ้ำทิพุเชะ จังหวัดกาญจนบุรี

 TAT001.jpg picture by ayehello  

หากพูดถึง ถ้ำทิพุเชะ หลายคนอาจไม่คุ้นหูนัก เพราะถ้ำนี้ไม่ได้เปิดเป็นถ้ำที่สามารถเดินเข้าไปชมความสวยงามภายในได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากความชันของปากถ้ำและความลึกลับในความมืดที่เป็นตัวกำหนดผู้มาเยือน แต่ถ้าในกลุ่มของนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการผจญภัย อาจจะรู้จักและเคยไปสัมผัสความยากลำบากในการเข้าถ้ำแห่งนี้มาแล้ว แต่ก่อนที่จะไปลุยด้วยกันนั้น เราก็ต้องมีการเตรียมความพร้อมกันก่อน

เมื่อพวกเราเดินทางมาถึงบ้านห้วยอู่ล่องรีสอร์ท  อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ก็รีบกระวีกระวาดไปเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดที่สามารถใส่แล้วทิ้งได้เลยตามที่หัวหน้าทริปนายตาต้าได้ขู่เอาไว้ (หรือจะพูดจริงก็ไม่รู้ !!)  เมื่อรวมตัวกันครบ ก็ไปนั่งฟังทีมไฮเปอร์เวนเจอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการปีนผาและการท่องเที่ยวเชิงผจญภัยที่จะเป็นผู้ดูแลและพาเราเข้าถ้ำ    อธิบายลักษณะของถ้ำทิพุเชะ และสอนวิธีการโรยตัว ซึ่งทำให้พวกเราตื่นเต้นกันยกใหญ่ เพราะเกิดมายังไม่เคยโรยตัวที่ไหนมาก่อน  

อุปกรณ์ที่เราต้องใช้ก็คือ หมวกกันกระแทกที่มีไฟฉายคาดติดไว้ กระเป๋าใส่แบตเตอรี่คาดติดหน้าอก สนับเข่า สนับศอก ถุงมือ และที่สำคัญอีกสองอย่างที่ต้องเตรียมคือ เตรียมร่างกาย และเตรียมใจให้พร้อม 

ซึ่งในใจตอนนี้คิดว่า ” โอ้ !! มีโรยตัวด้วย จะรอดไม๊เนี่ยเรา ถอยตอนนี้ยังทันนะ “

TAT002.jpg picture by ayehello

TAT003.jpg picture by ayehello

Before !!

TAT000.jpg picture by ayehello

แต่แล้วเหตุการณ์และเวลาก็พาเรานั่งรถ 4 WD ผ่านเส้นทางแห่งความหฤโหดมาจนถึงปากถ้ำ อืม !! ถอยไม่ทันแล้วหละ

TAT004.jpg picture by ayehello

TAT005.jpg picture by ayehello 

เมื่ออุปกรณ์พร้อม พลังกายพร้อม พลังใจก็จำเป็นต้องพร้อมไปด้วย เพราะตอนนี้เดินเข้าถ้ำมาแล้ว และด่านแรกที่เราต้องฝ่าฟันไปให้ได้ก็คือหน้าผาที่บริเวณปากถ้ำ ซึ่งมีความสูงประมาณ 25 เมตร บริเวณนี้เราต้องต่อคิวกันเพื่อโรยตัวลงไปข้างล่าง เราทำเป็นมั่นใจพร้อมออกปากขอโรยตัวเป็นคนที่สอง เพื่อให้ภาระหน้าที่และความกลัวที่มีอยู่ในตอนนี้จะได้หมดไปโดยเร็ว แต่จำความรู้สึกตอนที่ต้องไปยืนอยู่ริมหน้าผาได้ดี ตอนนั้นใจและขาสั่นเป็นจังหวะเดียวกัน แต่แล้วก็ต้องค่อยๆ ขยับเท้าก้าวถอยหลังลงไปทีละก้าว  มือขวาจับเชือกให้มั่น  ใจท่องพุทโธ  .. โถ !! ชีวิตเรา

(ด่านแรกโรยตัวฝ่าความสูง 25 เมตร)

 TAT006.jpg picture by ayehello TAT007.jpg picture by ayehello

แต่เมื่อผ่าน 25 เมตรแห่งความสูงชันไปได้แล้ว  เราก็มานั่งคิดว่า โธ่เอ๊ย!! แค่นี้เอง..ไม่ได้ยากเลย..จะกลัวไปก่อนทำไม??  ถ้าเราถอยในตอนแรก ไม่ยอมลงมา ก็จะไม่รู้ว่า เราก็ทำได้ และเราก็จะไม่ได้เห็นความสวยงามที่ซ่อนอยู่ภายในถ้ำที่มีความมืดมิดแห่งนี้ด้วย

  TAT008.jpg picture by ayehello TAT009.jpg picture by ayehello

เมื่อความมั่นใจของจริงเข้าสิงก็ทำให้การท่องเที่ยวเชิงผจญภัยในถ้ำแห่งนี้มีความสนุกมากขึ้น และเราก็พร้อมที่จะเผชิญความท้าทายไปพร้อมๆ กับเพื่อนแล้วหละ

ด่านที่สอง ลื่นไถลลงน้ำเย็น

TAT010.jpg picture by ayehello  TAT011.jpg picture by ayehello  

ถ้ำทิพุเชะ เป็นภาษากระเหรี่ยง ซึ่งแปลว่า ถ้ำน้ำลอด ในช่วงฤดูฝนจะมีน้ำไหลลอดผ่านถ้ำแห่งนี้ ซึ่งในบางช่วงของถ้ำจะถูกน้ำปิดกั้นทางผ่าน ทำให้ต้องดำน้ำเพื่อมุดผ่านไปให้ได้ หรือบางช่วงก็ต้องลอยคอกันเลยทีเดียว แต่การมาเที่ยวช่วงเดือนมีนาคมของเราในครั้งนี้ ไม่มีช่วงที่ต้องดำน้ำค่ะ แต่ก็มีบ่อน้ำให้เราต้องลงไปสัมผัสความเย็นหลายจุดด้วยกันค่ะ

ด่านที่สาม ไต่รูกระโจนลงน้ำ

ด่านนี้ก็ยังหนีไม่พ้นการลงน้ำเย็น ในด่านที่สองน้ำลึกแค่เอว แต่พอมาถึงด่านนี้เรากระโจนลงหลุมน้ำลึกถึงอกตกใจหมดเลย พวกเพื่อนๆ ก็ไม่ได้ช่วยกันเลย มิหนำซ้ำยังหัวเราะเยาะกันยกใหญ่ อืม..จำไว้ !!

 TAT013.jpg picture by ayehello

TAT012.jpg picture by ayehello

หลังจากที่กระโจนลงน้ำจนตัวเปียกปอนกันแล้ว ก็มานั่งรอคิวโรยตัวกันอีกครั้ง ระหว่างที่นั่งรอก็สังเกตเห็นความร้อนภายในร่างกายของแต่ละคนลอยออกมาเหมือนควัน นี่เรากำลังสูญเสียความร้อนในร่างกายแล้วหรือนี่ .. นั่งไปได้สักพักก็เริ่มปากซีดตัวสั่น แต่ยังมีแรงอยู่  ทางทีมไฮเปอร์เวนเจอร์ก็บอกเราว่า เราเดินทางกันมาได้เกือบถึงครึ่งทางแล้ว … หา !!!! นี่ยังไม่ถึงครึ่งทางเหรอเนี่ย ????  มาถึงบริเวณนี้ขอถ่ายภาพหน้าตาที่อ่อนระโหยโรยแรงกันสักรูป แล้วต้องรีบรวบรวมพลังฮึดอีกสักรอบ

 TAT014.jpg picture by ayehello

ด่านที่สี่ โรยตัวผ่านผาน้ำตก

ด่านนี้ต้องโรยตัวผ่านน้ำตก ที่มีความสูง 15 เมตร และเมื่อลงไปถึงข้างล่างก็จะถึงครึ่งทางของการผจญภัยแล้วหละ พวกเราผ่าน 25 เมตรในด่านแรกมาได้แล้ว พอมาถึงด่านนี้ก็เริ่มสบายตัวและคล่องแคล่วกันมากขึ้น

  TAT015.jpg picture by ayehello

แต่สำหรับเราก็ยังคงมีความตื่นเต้นอยู่เช่นเคย และเมื่อโรยตัวมาจนถึงด้านล่างก็ต้องกระโจนลงน้ำกันอีกครั้ง และนี่แหละคือความสนุกสนานในถ้ำน้ำลอดแห่งนี้ 

TAT016.jpg picture by ayehello

ผ่านความสมบุกสมบันกันมาได้ครึ่งทางแล้ว อีกครึ่งทางที่เหลือจะเจอกับอะไรก็คงไม่หวั่น เพราะทีมไฮเปอร์เวนเจอร์บอกเราว่า ไม่มีการโรยตัวแล้ว ในใจเราก็คิดว่าคงไม่มีอะไรยากไปกว่าการโรยตัวแล้วหละ แต่ที่ไหนได้ ด่านต่อไปก็แสนโหดร้ายพอกัน  

ด่านที่ห้า ลอดช่องแคบ ด่านนี้ใครมีพุงคงจะลำบากกันสักหน่อย เพราะคนผอมแห้งแรงน้อยอย่างเรา ยังรู้สึกอึดอัดอย่างเห็นได้ชัด มาถึงด่านนี้ก็ทำหน้าเบ้กันทุกคน เพราะนอกจากจะต้องใช้ความพยามยามลอดช่องที่แสนแคบนี้ไปให้ได้แล้ว ก็ยังต้องเจอกับโคลนที่ขวางหน้าอยู่อีก ใครมาถึงด่านนี้ก็ต้องเละตุ้มเป๊ะทุกราย

  TAT017.jpg picture by ayehello TAT018.jpg picture by ayehello  

หลังจากนั้นเราก็มุ่งหน้าเดินทางกันต่อไป ระหว่างทางเราจะเห็นปลาไหลเผือกและปลาไหลสีน้ำตาลว่ายน้ำมาให้พวกเราได้เก็บภาพความน่ารัก ในถ้ำแห่งนี้มีปลามากมาย และส่วนใหญ่ก็มักจะมีสีขาว

TAT019.jpg picture by ayehello

ถ้ำทิพุเชะยังคงเป็น ถ้ำเป็น ซึ่งมีการเจริญเติบโตของหินงอกหินย้อยอย่างต่อเนื่อง ธรรมชาติที่เราได้เห็นในถ้ำแห่งนี้ก็มีทั้งกลุ่มโฟร์วสโตน , แท่นหินที่ค้ำยันเป็นเสาขนาดใหญ่ , ม่านริ้ว , หินปูนตามผนังถ้ำ , ทำนบหินปูน , หินปูนเกลียว , หินปูนฉาบกลมมนคล้ายลูกท้อ และนมพระจันทร์ เป็นต้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นตัวบอกนักท่องเที่ยวอย่างพวกเราให้มีความระมัดระวังและรับผิดชอบต่อธรรมชาติ เพราะเพียงแค่ปลายนิ้วที่เราไปสัมผัส มันก็หยุดเจริญเติบโตได้ทันที ดังนั้นเมื่อเราได้ไปเสพความสวยงามจากธรรมชาติแล้ว ก็จงปล่อยให้ธรรมชาติมีชีวิตที่ยืนยาวเพื่อให้นักท่องเที่ยวกลุ่มต่อไปได้เห็นความสวยงามอย่างที่เราเห็น

TAT020.jpg picture by ayehello

TAT021.jpg picture by ayehello

ด่านที่หก ท่อลอด

มาถึงในช่วงสุดท้ายของเส้นทางน้ำลอด จะมีผนังต่ำและเตี้ยมาก ซึ่งบริเวณนี้เรียกว่าท่อลอด เป็นจุดที่มีหินย้อยมากมาย บวกกับพื้นทรายที่มีหินสีสวยเรียงราย เราต้องใช้ความระมัดระวังเพื่อไม่ให้ตัวของเราโดนหินย้อยเหล่านี้ เพราะเพียงแค่นิ้วมือเราไปสัมผัสมันก็หยุดโต และจุดนี้เองที่ต้องบอกว่าเป็นจุดทิ้งความเหนื่อยที่สะสมมาตั้งแต่ต้น เพราะจากความสวยงามที่เราได้เห็น ก็ทำให้เราลืมความเหนื่อยไปได้เลยค่ะ

 TAT022.jpg picture by ayehello 

TAT024.jpg picture by ayehello

อีกไม่กี่นาทีเราก็จะได้ออกจากถ้ำแห่งนี้แล้ว ระยะทางเกือบ 1 กิโลเมตรกับเวลา 5 ชั่วโมงที่เราฟันผ่าความยากลำบากและท้าทายความพยายามในการเดินทางทั้ง โรยตัว ไต่ มุด ลอด ไถล คืบ คลาน ต้องสิ้นสุดลงแล้วหละ จากความรู้สึกกลัวความสูง กลัวการโรยตัว กลัวน้ำลึก กลัวสัตว์ประหลาด กลัวอะไรต่อมิอะไรสารพัดก็ค่อยๆ หมดไปตามระยะทางที่เราเดินผ่านมา  จนมาถึงจุดสุดท้ายที่เราจะต้องไต่ก้อนหินเพื่อขึ้นไปสู่ทางออกของถ้ำ กลับมีแต่ความปลื้มใจ มั่นใจ ดีใจที่เราได้พาออกไปจากถ้ำแห่งความท้าทายนี้  และผู้ที่เราจะต้องขอบคุณเป็นอย่างมากก็คือทีมไฮเปอร์เวนเจอร์ที่พาเราออกมาได้อย่างปลอดภัย  รวมถึงเพื่อนรักทั้งหลายที่ได้ร่วมทางแห่งความสนุก ตื่นเต้น ท้าทาย และยากลำบากไปด้วยกัน

After !!!

 TAT025.jpg picture by ayehello

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

การเดินทางมาผจญภัยถ้ำทิพุเชะ  จากเส้นกรุงเทพ-ตัวเมืองกาญจนบุรี  แล้วมุ่งหน้าต่อมายัง อ.ทองผาภูมิ  เมื่อถึงสามแยกทองผาภูมิ ให้แล้วเลี้ยวขวามาตามทางที่จะไป อ.สังขละบุรี จากนั้นตรงมาเรื่อยๆ ประมาณ 8 กิโลเมตรก็จะถึงบ้านห้วยอู่ล่องรีสอร์ท  สามารถติดต่อจองที่พักและกิจกรรมผจญภัยไร้ขีดจำกัดทั้งปีนผา โรยตัว เดินป่า ได้ที่บ้านห้วยอู่ล่องรีสอร์ท 034-531050 หรือ 02-8656173หรือจะติดต่อทีมไฮเปอร์เวนเจอร์เพื่อสอบถามกิจกรรมผจญภัยแบบนี้ได้ที่ http://www.hyperventure.com 

ต้องขอขอบคุณทีมสำรวจถ้ำทิพุเชะ .. โจ อู่ล่องและไฮเปอร์เวนเจอร์ .. ที่ทำให้เราได้เข้าไปสัมผัสความสนุกสนาน ตื่นเต้น และได้เห็นความสวยงามของธรรมชาติภายในถ้ำที่มืดมิด ดังเช่น ถ้ำทิพุเชะ แห่งนี้ค่ะ 

 

บุณณดาพาโรยตัวเที่ยวถ้ำ

boonnadatotravel@hotmail.com

 

 

March 23, 2008

สุราษฯ-กระบี่-เกาะพีพี-อ่าวนาง-สระมรกต (ตอนที่ 5)

Filed under: Krabi — boonnada @ 2:47 am

เช้าวันนี้ตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกสบายกายสบายใจ เพราะได้นอนพักบนเตียงใหญ่หมอนนุ่ม บรรยากาศดีและเงียบสงบ จะว่าไปแล้วโรงแรมกรีนวิว วิลเลจ (Green View Village Resort Ao Nang Krabi) แห่งนี้ ก็เหมือนกับช่วยชีวิตพวกเราเอาไว้ เพราะถ้าเมื่อวานไม่มีบ้านพักเหลือให้เรา  ก็ยังไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป  และนี่แหละคือผลของการไม่จองที่พักล่วงหน้าทำให้ต้องตกระกำลำบากซะหลายคืน แต่ถ้ามองในแง่ดี จากการที่ไม่ได้จองที่พัก ก็ทำให้เราเจอสถานที่พักที่ดีอีกหนึ่งแห่งโดยบังเอิญ  ในความโชคร้ายก็มักจะมีความโชคดีแฝงตัวอยู่เสมอ และที่แห่งนี้เองที่ทำให้พวกเรารู้สึกประทับใจในการบริการและความเป็นกันเอง รวมถึงบรรยากาศที่แสนสบายและเป็นธรรมชาติ ถึงแม้โรงแรมจะอยู่ไกลจากอ่าวนาง แต่ก็ไม่ถือว่าไกลเกินไป เพราะเมื่อวานหลังจากที่เราเฮฮาปาร์ตี้ที่อ่าวนางกันเรียบร้อยแล้ว ก็ยังสามารถเดินกลับมาที่พักได้อย่างสบายไม่ถึงกับเหนื่อยหอบ

 blog128.jpg picture by ayehello

หลังจากที่รับประทานมื้อเช้ากันแล้ว ก็ขอลงเล่นน้ำที่สระว่ายน้ำชิลล์กันไป  สิ่งที่เป็นความพิเศษของที่นี่ก็คือบ้านพักในสไตล์ไทยที่สวยงาม และอีกสิ่งหนึ่งก็คือสระว่ายน้ำใหม่เอี่ยมที่มีฉากหลังเป็นภูเขาสูง และสิ่งนี้เองที่เป็นสวรรค์สำหรับนักท่องเที่ยวอย่างเรา 

 blog129.jpg picture by ayehello

blog130.jpg picture by ayehello

หากใครสนใจสถานที่พักผ่อนที่เป็นส่วนตัวและไม่ไกลจากอ่าวนางก็ขอแนะนำที่กรีนวิว วิลเลจ รีสอร์ท แห่งนี้ค่ะ ลองเข้าไปชมรายละเอียดที่ www.greenviewaonang.com หรือโทร. 075-637481   ส่วนเราคงจะต้องกลับไปอีกครั้งแน่นอนค่ะ

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

และถึงแม้วันนี้จะเป็นวันสุดท้ายของการท่องเที่ยวในทริปนี้  แต่เราก็ยังมีอีกหนึ่งสถานที่ที่อยากไป นั่นก็คือ สระมรกต ว่าแล้วก็จัดแจงให้ทางโรงแรมหารถเช่าเพื่อพาเราไปเที่ยวกันต่อค่ะ  คราวนี้เรามีเวลาถึงหกโมงเย็นก่อนขึ้นเครื่องกลับกรุงเทพฯ  ดังนั้นไม่รอช้ารีบบึ่งไปสระมรกตในทันใด จากอ่าวนางไปสระมรกต ใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมง เมื่อไปถึงทางเข้าสระมรกต เราก็ต้องซื้อตั๋วเข้าชมคนละ 20 บาท ส่วนชาวต่างชาติ 200 บาท

และต้องเดินผ่านเส้นทางธรรมชาติที่ขนานไปด้วยต้นไม้ใหญ่อีกประมาณ 800 เมตรถึงจะเจอสระมรกต ความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ ที่ต้องยกให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว unseen in Thailand กันเลยทีเดียวค่ะ

 

 

 blog131.jpg picture by ayehello blog132.jpg picture by ayehello 

สระมรกต เป็นสระน้ำสวยใสกลางใจป่า น้ำในสระมรกตมาจากน้ำพุร้อน ประมาณ 30-50 องศาเซลเซียส ที่พุ่งขึ้นมาจากใต้ดิน ผ่านชั้นหินปูน ซึ่งมีแคลเซียมคาร์บอเนตสูงมีคุณสมบัติเป็นด่าง จึงทำให้สารแขวนลอยต่างๆ ในน้ำตกตะกอนน้ำในสระมรกตนี้ จึงใสสะอาด และสามารถลงไปเล่นได้อย่างสบายใจ  นอกจากนี้ใจกลางป่าผืนนี้ยังมีนกหายากอยู่รวมกันมากมาย นับว่าเป็นแหล่งดูนกอีกหนึ่งที่ที่น่าสนใจเลยทีเดียวค่ะ

blog133.jpg picture by ayehello

blog134.jpg picture by ayehello

blog135.jpg picture by ayehello 004.jpg picture by ayehello    

ตอนแรกคิดไว้ว่าถ้าหากมาเที่ยวสระมรกต ก็ต้องแวะน้ำตกร้อนคลองท่อม เพราะอยู่ทางเดียวกัน แต่จากความตื่นตาตื่นใจและความสนุกสนานในการเล่นน้ำที่สระมรกต ทำให้เวลาล่วงเลยมาถึงช่วงเย็น ไม่ได้การแล้วต้องรีบกลับไปสนามบินกระบี่โดยด่วน ถ้าแวะที่น้ำตกร้อนคลองท่อมอีกแห่งมีหวังได้ตกเครื่องแน่นอน แค่ได้มาเที่ยวชมความสวยงามของธรรมชาติอย่างสระมรกตก็ถือว่าคุ้มค่า แต่ถ้านึกย้อนไปวันแรกของการเดินทางจนถึงวันนี้ ต้องบอกว่าเกินคุ้มจริงๆ การท่องเที่ยวในห้าวันของพวกเรา จากกรุงเทพ-สุราษฯ-กระบี่-เกาะพีพี-และกลับมาอ่าวนาง-แถมด้วยสระมรกต   นอกจากจะเป็นการท่องเที่ยวที่ทำให้เราได้พบเห็นความสวยงามของแหล่งท่องเที่ยวในบ้านเราแล้ว ยังทำให้เราได้รับประสบการณ์ชีวิตในมุมใหม่ๆ ได้แก้ปัญหาสดๆ ตลอดเส้นทาง และที่สำคัญได้รับมิตรภาพทั้งจากเพื่อนร่วมทาง และเพื่อนที่เราได้เจอระหว่างการเดินทางด้วยค่ะ  

…………………………………………………………………………………………………………….

บุณณดา

boonnadatotravel@hotmail.com

March 18, 2008

สุราษฯ-กระบี่-เกาะพีพี-อ่าวนาง-สระมรกต (ตอนที่ 4)

Filed under: Krabi — boonnada @ 4:31 pm

เช้าวันนี้ของเราบนเกาะพีพีดูจะเหงาหงอยกว่าเมื่อวาน  ก็เพราะวันนี้เป็นวันสุดท้ายที่จะได้เดินเหยียบย่ำหาดทรายบนเกาะพีพีแห่งนี้  แล้วไม่รู้ว่าเมื่อไรเราจะได้กลับมาเยือนที่นี่อีก

หลังจากตื่นนอนกันแล้ว พวกเราก็จัดแจงเก็บสัมภาระมารวบรวมไว้หน้าบ้าน (ไม่ธรรมดานะ..เช่าบ้านเป็นหลังนอนค้างคืนกันเลยทีเดียว) แต่เมื่อดูภาพแล้ว ใครจะเรียกว่า  กระท่อม เราก็ไม่ว่ากัน เพราะความจริงมันก็คือกระท่อมน้อยกลอยใจ คืนละ 700 บ้าน ที่มีห้องน้ำในตัว แถมยุงมานอนเป็นเพื่อนด้วย แต่โชคดีนะที่มีมุ้งอันหรูหราคอยช่วยกันเจ้ายุงร้ายไว้ได้ ไม่อย่างนั้นเราคงได้ใกล้ชิดธรรมชาติกันมากกว่านี้  แล้วยังได้ลายพร้อยตามตัวกลับไปด้วย  แต่ความพิเศษอย่างหนึ่งที่เราชอบก็คืออากาศที่เย็นสบาย และเสียงคลื่นจางๆ ที่ทำให้เรานอนหลับสบาย เพราะจากกระท่อมที่เรานอนนั้น ไม่ไกลจากชายหาดค่ะ

 blog077.jpg picture by ayehello

………………………………………………………………………….

เรือจะออกจากท่าเพื่อไปยังจังหวัดกระบี่เวลาบ่ายสามโมง  ดังนั้นเรายังพอมีเวลาบนเกาะพีพีเหลืออยู่  ได้ยินหลายคนบอกว่าที่หาดลองบีชนั้นเงียบสงบ และทรายก็ขาวสวย  เอาละ!! ไม่ลองไปดู ก็จะไม่รู้ว่าสวยสงบจริงรึเปล่า??? พวกเราจึงหาข้อมูลของการไปที่หาดลองบีชซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่เราพัก  บางคนบอกว่าเดินไปได้ แต่ต้องข้ามเขาไปนะ  โอ้โห!! กว่าจะไปถึงก็คงเหนื่อยและเซ็งกันพอดี  บางคนก็บอกว่านั่งเรือหางยาวที่อยู่หน้าหาดต้นไทรไปดีกว่า ประหยัดเวลามากกว่า  เสียค่าเรือคนละ 80 บาทเท่านั้นเอง เราจึงตัดสินใจเลือกแบบที่สองน่าจะสะดวกสบายมากที่สุด

 blog112.jpg picture by ayehello 

………………………………………………………………………………

หาดลองบีช

เมื่อมาถึงหาดลองบีชก็ขอหม่ำอาหารกลางวันกันก่อนที่จะเดินเพลิดเพลินบนหาด   อาหารที่นี่ก็จะมีทั้งอาหารไทยและอาหารฝรั่ง แต่ส่วนใหญ่จะมีแต่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่นิยมมาพักที่หาดนี้

 blog113.jpg picture by ayehello

……………………………………………………………………………….

อิ่มหนำสำราญกันแล้ว ก็ทางใครทางคนนั้น อิชิโร่กับจุ๊บแจงก็ลงเล่นน้ำยามเที่ยง พี่บุ๋มก็เพลิดเพลินกับการถ่ายรูปโลโม่  (โลโม่นะไม่ใช่โลมา * ฮ่าฮ่าฮ่า)  ส่วนเราก็ขอนั่งเขียนงานอินกับบรรยากาศไปเรื่อยๆ แต่มานั่งนึกอีกทีก็ตอนที่นึกไม่ออกว่าจะเขียนอะไรนี่แหละ จึงบอกตัวเองว่า นี่เรามาเที่ยวนะ ไม่ได้มาทำงาน  หยุดเรื่องงานเอาไว้ก่อน  แล้วไปกระโดดโลดเต้นผลัดกันถ่ายภาพโลโม่กับพี่บุ๋มดีกว่า

blog115.jpg picture by ayehello

 blog114.jpg picture by ayehello

………………………………………………………………………………………………………….

ช่วงเวลาแห่งความสนุกมักจะหมดลงเร็วแบบนี้แหละ ดูเข็มนาฬิกาอีกทีก็บ่ายสองโมงเข้าไปแล้ว  รีบลงเรือหางยาวแล้วเดินทางกลับไปที่ท่าเรือเกาะพีพีโดยเร็ว  เรือเที่ยวสุดท้ายออกไปหละแย่เลย เดี๋ยวกลับไปทำงานไม่ทันหละทีนี้จะได้อยู่เกาะพีพีไปอีกยาวเลย และเมื่อถึงเวลาลงเรือ เวลาแห่งการท่องเที่ยวเกาะพีพีของพวกเราก็หมดลงแล้วหละ  วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่เราได้เก็บภาพความสวยงามของทะเลกระบี่และความประทับใจในมิตรไมตรีของผู้คนบนเกาะ และความทรงจำเหล่านี้ก็จะอยู่กับเราไปตลอด แล้วจะกลับมาเที่ยวอีกครั้งนะเกาะพีพี

…………………………………………………………………………………………………………..

ระหว่างการเดินทางโดยเรือเพื่อกลับเข้าฝั่งที่หาดนพรัตน์ธารา จังหวัดกระบี่  เราจะได้เห็นเกาะรูปทรงสวยงามแตกต่างกันอยู่มากมาย เวลาที่อยู่บนเรือประมาณสองชั่วโมง นอกจากจะได้เห็นความสวยงามของเกาะน้อยใหญ่แล้ว ก็ยังได้นั่งคิดอะไรเพลินๆ และมีเวลาอยู่กับตัวเองมากขึ้น 

 blog116.jpg picture by ayehello

และภาพไกลๆ ที่เราเห็นก็คือจังหวัดกระบี่ค่ะ…ใกล้ถึงแล้ว

blog094.jpg picture by ayehello

อ๊อ!! มีความโชคดีอีกหนึ่งเรื่องที่เกิดขึ้นกับพวกเรา แต่ต้องย้อนกลับไปเล่าถึงที่มาก่อนว่า ทริปนี้เราเดินทางกันแบบลุยไปข้างหน้า ไม่จอง ไม่จัดไม่แจงอะไรใดๆ แต่พอมาถึงวันนี้ก็รู้แล้วว่าเราไม่เหมาะกับการเที่ยวแบบนี้ เพราะมันยากลำบากเกินไป  และทำให้เราต้องมาเหนื่อยกับปัญหาร้อยแปดประการที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอด  และคืนนี้เมื่อไปถึงกระบี่ เรามีโปรแกรมที่จะไปนอนพักที่อ่าวนางกัน แต่ปัญหามีอยู่ว่า พวกเรายังไม่มีที่พัก  ก็คงต้องไปเหนื่อยเดินหากันต่อไป เพราะสถานที่ที่เราอยากไปพักก็เต็มอีกแล้วค่ะท่าน  ส่วนเรื่องโชคดีที่พวกเราได้รับในครั้งแรกของทริปนี้ก็คือ พี่บุ๋มเจอคนกระบี่คนหนึ่งบนเรือก็นั่งคุยกันไปจนถูกคอ เขาจึงแนะนำให้ไปพักที่ กรีนวิว วิลเลจ แต่ตอนนั้นไม่คิดว่าเป็นเรื่องโชคดี แต่คิดว่าดีกว่าไม่มีจุดหมาย พอลงเรือก็มีบริการรถสองแถวฟรีเดินทางไปที่พักที่อ่าวนาง ใครพักโรงแรมอะไรก็บอกคนขับ ส่วนพวกเราก็บอกอย่างไม่มั่นใจว่า ไปกรีนวิวเลยพี่  เพราะในใจยังไม่รู้ว่าจะมีห้องว่างสำหรับพวกเรารึเปล่า??? แต่มาถึงขั้นนี้แล้วก็ต้องลองเสี่ยงดู  พวกเราก็นั่งรถจากหาดนพรัตน์ฯ ไปอ่าวนาง เมื่อถึงอ่าวนาง คนขับก็แวะส่งนักท่องเที่ยวไปเรื่อยๆ ตลอดทาง  พอมาสังเกตอีกที เอ๊ะ!! ทำไมเหลือแค่พวกเราสี่คนหละ  คนขับก็บอกว่า โรงแรมนี้อยู่เลยอ่าวนางไปอีกนิดหนึ่ง พวกเราเริ่มมองหน้ากันอย่างหดหู่อีกครั้ง  เพราะไกลจากอ่าวนางอย่างนี้แล้วถ้าห้องเต็มขึ้นมา หรือที่พักไม่ถูกใจพวกเรา จะทำอย่างไรกันเนี่ย??  ต้องเดินออกมาเองใช่ไม๊?? ไกลนะนั่น แล้วคนขับสองแถวก็บอกว่าโรงแรมกรีนวิว วิลเลจนี้อยู่ซอยเดียวกับอู่รถสองแถวนี่เลย นั่นหมายความว่าอยู่สุดทางนั่นเองเอ้า !! ถึงแล้ว ลองเสี่ยงดูรถจอดที่หน้าอู่แล้วให้พวกเราวิ่งเข้าไปดูในโรงแรม  พอวิ่งเข้าไปถึงเท่านั้นแหละ … แทบกรี๊ด !! ด้วยความดีใจ  โล่งอกกันยกใหญ่ เพราะที่นี่สวยและดูเป็นธรรมชาติมาก  ถึงแม้จะห่างจากอ่าวนางแต่ก็คุ้มค่ากับการมาพักผ่อน ตะลึงกันอยู่นาน ลืมถามว่า มีห้องว่างรึเปล่า?? แต่แล้วความโชคร้ายก็ไม่เกิดขึ้นกับเราเสมอไป โชคดีมีบ้านพักว่างเหลืออยู่ 2 หลัง (พอดีเลย)  หลังละ 1,900 บาท/คืน  พวกเรารีบจับจองในทันใด  คืนสุดท้ายขอนอนพักสบายๆ สักหนึ่งคืน

…………………………………………………………………………………

 หลังจากเก็บสัมภาระและอาบน้ำให้สบายตัวกันแล้ว ก็ถึงเวลาอาหารเย็น รถที่โรงแรมจึงพาเราไปส่งที่ร้านอาหาร  ได้มาเยือนอ่าวนางทั้งที ก็ต้องไปทานอาหารทะเลที่วังทรายซีฟู้ด เป็นอีกหนึ่งร้านที่ใครๆ ก็แนะนำให้มาลองชิมในฝีมือการทำอาหารทะเลที่สุดแสนอร่อยค่ะ

 blog117.jpg picture by ayehelloblog118.jpg picture by ayehello

นอกจากอาหารจะอร่อยถูกปากคนไทยและคนญี่ปุ่นอย่างอิชิโร่แล้ว บรรยากาศของร้านก็ดีด้วย  พวกเราได้นั่งชมพระอาทิตย์ลาลับขอบฟ้าที่บริเวณนี้ด้วยกัน

………………………………………………………………………………… อ่าวนาง 

อ่าวนางเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อของกระบี่อีกแห่งหนึ่ง  มีลักษณะเป็นหาดทรายทอดยาว และมีถนนเลียบชายหาด  และที่อ่าวนางนี้ก็เป็นอีกหนึ่งแห่งที่โดนผลกระทบจากคลื่นยักษ์สึนามิ  ในวันนี้ที่อ่าวนางคึกคักและพลุกพล่านไปด้วยนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ  ที่นี่มีร้านอาหาร ผับ บาร์ บริษัทนำเที่ยว  เป็นจุดเช่าเรือเพื่อเดินทางไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ เช่น ไร่เลย์ ถ้ำพระนาง ฯลฯ รวมทั้งร้านขายของฝากมากมายให้เลือก แต่สิ่งหนึ่งที่จะเป็นที่ถูกใจนักท่องเที่ยวก็คงจะหนีไม่พ้นร้านแพนเค้ก ที่เรามองดูยังไง๊ยังไงมันก็คือโรตีนั่นเอง 

blog119.jpg picture by ayehello

ส่วนอิชิโร่ถูกใจสบู่แกะสลักรูปดอกไม้ ฝีมือการแกะสลักของคนไทยเราเยี่ยมยอดจริงๆ ค่ะ งานนี้อิชิโร่ซื้อกลับไปเป็นของฝากเพียบเลยค่ะ

blog120.jpg picture by ayehello  เดินช็อปปิ้งเพื่อย่อยอาหารกันพอสมควรแล้ว ก็ถึงเวลาเฮฮากันเช่นเคย คืนนี้เราไปนั่งที่ร้านแพลนเนตอ่าวนาง  ที่ร้านนี้สนุกมากเพราะผู้จัดการร้านคุยสนุกและดูเป็นมิตร อีกทั้งขอเพลงอะไรก็ได้ (ถูกใจตรงนี้แหละ ฮ่าฮ่าฮ่า)  คืนนี้ของร้านนี้จึงเปิดแต่ red hot chilli pepper เพื่อเอาใจกลุ่มคนไทยอย่างพวกเรา ประทับใจจริงๆ ค่ะ

 blog121.jpg picture by ayehello

การเดินทางในวันนี้ของเราจากเกาะพีพี-อ่าวนาง มีเรื่องราวสนุกสนานและมิตรภาพดีๆ ระหว่างทางให้น่าจดจำ

…………………………………………………………………………………………………………… 

บุณณดา boonnadatotravel@hotmail.com