ไหว้พระขอพรเก้าพระอารามหลวง
ประเพณีสงกรานต์ที่แสนรื่นเริงของชาวไทยในปีนี้ได้ผ่านพ้นไปแล้ว แต่บรรยากาศความสนุกสนาน รื่นเริง และอบอุ่นยังคงอยู่ หลายคนได้เดินทางไปท่องเที่ยวพร้อมครอบครัวที่ต่างจังหวัด นับเป็นช่วงเวลาที่แสนอบอุ่น ส่วนเราหลังจากที่คิดแล้วคิดอีกว่าสงกรานต์ปีนี้จะไปท่องเที่ยวที่ใด ก็เป็นอันตัดสินใจได้ว่า เที่ยวกรุงเทพก็ดีเหมือนกัน เพราะในเมืองหลวงช่วงนี้ถือว่าเป็นดินแดนสวรรค์ เพราะรถไม่ติด ดังนั้นเราขอไปท่องเที่ยวไหว้พระทำบุญ 9 วัดในจังหวัดกรุงเทพ เพื่อความเป็นสิริมงคลรับปีใหม่ไทยค่ะ
การท่องเที่ยวไหว้พระทำบุญขอพรในครั้งนี้เราเลือกไปไหว้พระขอพรเก้าพระอารามหลวง บริเวณรอบเกาะกรุงรัตนโกสินทร์ เริ่มจาก วัดระฆังโฆสิตาราม เราเข้าไปกราบไหว้พระประธานและหลวงพ่อโต พรหมรังสี พร้อมนั่งท่องบทสวดคาถาชินบัญชร แต่ละวัดนั้นจะมีคติของวัดที่แตกต่างกัน อย่างที่วัดแห่งนี้มีคติว่า “มีชื่อเสียงโด่งดัง ผู้คนนิยมชมชื่น” ดังนั้นหากมาไหว้พระที่วัดระฆังฯ ก็ให้ขอพรตามคติของวัดนะคะ ส่วนเรา รีบยกมือไหว้แล้วอธิษฐานตามนี้เลยค่ะ
พระอารามหลวงที่สองที่เราจะไปกันนั้นก็คือ วัดอรุณราชวราราม(วัดแจ้ง) วิธีการเดินทางของเราคือใช้บริการรถตุ๊กตุ๊ก โดยเรียกหน้าซอยวัดระฆังฯ ไปถึงวัดอรุณฯ ก็ประมาณ 30-40 บาท คติของวัดนี้ก็คือ “ ชีวิตรุ่งโรจน์ทุกคืนวัน ” จากนั้นก็เดินชมความยิ่งใหญ่และงดงามของพระปรางค์วัดอรุณฯ ก่อนจะมุ่งหน้าไปกันต่อ
มาต่อกันที่วัดต่อไปเลยดีกว่า เรายังอยู่กันที่ฝั่งธนบุรีกันเช่นเคย พระอารามที่สามที่เราจะไปกราบไหว้นั้นก็คือ วัดกัลยาณมิตร วิธีเดินทางก็เหมือนเคยคือใช้บริการรถตุ๊กตุ๊กที่อยู่หน้าวัด ค่าเดินทาง 40 บาท คติของวัดกัลยาณมิตรก็คือ “ เดินทางปลอดภัย มีมิตรไมตรีดี ”
ออกจากวัดกัลยาณมิตรเราก็เดินทางโดยเรือข้ามแม่น้ำไปฝั่งพระนคร ซึ่งเราสามารถขึ้นเรือข้ามฝากที่หน้าวัดแล้วไปลงที่ท่าเรือบริเวณปากคลองตลาด จากนั้นก็เดินออกกำลังกายไปไหว้พระอารามหลวงที่สี่นั่นคือวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์) เราเดินเข้าไปกราบไหว้พร้อมขอพรพระนอนที่งดงามและศักสิทธิ์คติของวัดนี้คือ “ ร่มเย็นเป็นสุข ” นอกจากเราจะได้ไหว้พระขอพร สรงน้ำพระแล้ว เรายังได้รดน้ำใต้ต้นศรีมหาโพธิ์ที่อยู่ภายในบริเวณวัดอีกด้วย ถือว่าเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต
ออกจากวัดโพธิ์เราก็โบกรถเมล์ไปลงที่พระอารามหลวงต่อไป นั่นก็คือ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) ถึงแม้ว่าวันนี้อากาศจะร้อน แต่เมื่อเข้าไปในพระอุโบสถกลับมีแต่ความเย็นสบาย ทำให้เรานั่งสวดมนต์ไปได้เรื่อยๆ และขอพรจากพระแก้วมรกต คติของวัดพระแก้วก็คือ “ เพื่อจิตใจสะอาด ดุจรัตนตรัย ”
พระอารามหลวงที่หกที่เราจะเดินทางไปกราบไหว้กันต่อนั่นก็คือ วัดชนะสงคราม เราใช้วิธีโดยสารรถตุ๊กตุ๊กเช่นเคย เพื่อความคล่องตัว ส่วนค่ารถจากวัดพระแก้วถึงวัดชนะสงครามราคา 50 บาท และเมื่อเข้าเขตบางลำพู ก็โดนสาดน้ำรับสงกรานต์กันเลยค่ะ ถือว่าเป็นน้ำแรกแห่งปีกันเลยทีเดียว บริเวณนั้นในช่วงวันที่ 12 เมษายน ประชาชนก็เริ่มเล่นสาดน้ำกันอย่างสนุกสนานแล้วค่ะ โดยเฉพาะบริเวณตรอกข้าวสารทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติต่างพกพาอุปกรณ์เล่นน้ำและออกมาเล่นด้วยกัน นับว่าเป็นภาพที่น่ารักมากค่ะ เมื่อไปถึงวัดชนะสงคราม เราก็ไหว้พระทำบุญและขอพรจากพระพุทธนรสีห์ตรีโลกเชฏฐ์ ตามคติของวัดนั่นก็คือ “ มีชัยชนะต่ออุปสรรคทั้งปวง ”
ออกจากวัดที่หกก็มุ่งหน้าไปวัดที่เจ็ดโดยรถแท็กซี่ (ราคาอยู่ที่ประมาณไม่เกิน 39 บาทนี่แหละค่ะ) เพราะถ้าเราเดินไปหรือนั่งรถตุ๊กตุ๊กก็คงเปียกปอนก่อนถึงวัดที่เก้าแน่นอน พระอารามหลวงที่เจ็ดที่เราจะไปไหว้พระขอพรนั่นก็คือ วัดบวรนิเวศวิหาร เราเข้าไปไหว้พระพุทธชินสีห์และขอพรจากท่าน คติของวัดนี้คือ “ พบแต่สิ่งดีงามในชีวิต ”
ไปกันต่อที่พระอารามหลวงต่อไปนั่นก็คือ วัดสุทัศนเทพวราราม เรามาถึงวัดนี้โดยรถตุ๊กตุ๊กสุดยอดความนิยมราคาค่าโดยสารอยู่ที่ 50 บาท จากนั้นก็เดินเข้าไปขอพรพระศรีศากยมุนี ส่วนคติของวัดนี้คือ “ วิสัยทัศน์กว้างไกล มีเสน่ห์แก่บุคคลทั่วไป ”
และพระอารามหลวงสุดท้ายที่เราจะไปกราบไหว้ ทำบุญ และขอพรกันนั้นก็คือ วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร วิธีการเดินทางของเราก็คือโดยสารรถแท็กซี่ และวัดสุดท้ายนี้เราต้องเดินขึ้นไปบนภูเขาทอง ระยะทางและความสูงเป็นเครื่องพิสูจน์ความเคารพ ความศรัทธา และความอดทนของเรา แต่เมื่อเดินขึ้นไปถึง ก็จะได้สัมผัสกับลมเย็นสบายและสามารถมองเมืองหลวงของเราไปได้ไกลจากมุมสูง แต่สิ่งสำคัญที่สุดก็คือการได้กราบไหว้พระบรมสารีริกธาตุ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตัวเอง ส่วนคติของวัดสระเกศก็คือ ” เสริมสร้างความคิดอันเป็นสิริมงคล “ การเดินทางท่องเที่ยวไหว้พระขอพร 9 พระอารามหลวงนั้น ทางที่ดีเราควรที่จะนั่งรถโดยสารประจำทาง รถตุ๊กตุ๊ก รถแท็กซี่ หรือเดินระหว่างวัดบางวัดที่อยู่ใกล้กันก็ย่อมได้ค่ะ ถ้าหากนำรถมาเองอาจจะเสียเวลาในการหาที่จอดรถ และไม่ค่อยคล่องตัว วันนี้นอกจากเราจะได้ไหว้พระ ทำบุญ และขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์แล้ว เรายังได้ร่วมกิจกรรมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย โดยการรับแผ่นสะสมตราประทับไหว้พระขอพร 9 พระอารามหลวง เมื่อไปถึงที่วัดก็ประทับตราประจำวัดให้ครบทั้ง 9 วัด ก็จะได้ของที่ระลึกจาก ททท. ตามรูปถ่ายด้านล่างนี้ และยังได้ร่วมลุ้นโชคต่อใน http://www.songkran.net อีกด้วย


การไหว้พระขอพรนั้นสามารถทำได้ทุกวัน ไม่เพียงแต่เฉพาะในเทศกาลเท่านั้น ถ้าหากใครว่างช่วงใดก็สามารถไปได้ทุกเมื่อ ครั้งนี้ขอลาไปพร้อมใจที่อิ่มบุญก่อนนะคะ
แล้วสงกรานต์ที่ผ่านมา..คุณไปเที่ยวที่ใด??? อย่าลืมมาเล่าให้อ่านด้วยนะคะ..ขอบคุณมากค่ะ
บุณณดา เที่ยววัดช่วงสงกรานต์






















