May 20, 2008

วัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร

Filed under: Lamphun — boonnada @ 12:19 am

วันนี้ขออนุญาตพาทุกท่านเข้าวัดสักการะพระธาตุกันอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มุ่งหน้าขึ้นเหนือไปจังหวัดลำพูน และคงจะเป็นที่ใดไปไม่ได้นอกจาก วัดพระธาตุหริภุญชัย วรมหาวิหาร พระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดวรมหาวิหาร ของจังหวัดลำพูนนั่นเองค่ะ

Lampoon01.jpg picture by ayehelloวัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร ตั้งอยู่ใน อ.เมือง จ.ลำพูน ทิศเหนือติดถนนอัฏฐารส ทิศใต้ติดถนนสุพรรณรังษี ทิศตะวันออกติดประตูท่าสิงห์  และทิศตะวันตกติดถนนอินทยงยศ  ในวัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร มีพระธาตุหริภุญชัยซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ  ที่มีธาตุกระหม่อม ธาตุกระดูกอก ธาตุกระดูกนิ้วมือ

เมื่อเราเข้าไปในวัดก็ต้องเดินไปบูชาดอกไม้ ธูปเทียน และน้ำอบ ซึ่งวันนี้ (14 พค. 2551) ที่วัดยังมีการสรงน้ำพระพุทธรูปกันอยู่ จากนั้นก็เดินเข้าไปในอุโบสถเพื่อกราบไหว้และขอพรจากพระประธาน

Lampoon02.jpg picture by ayehello

แล้วจึงเดินต่อไปด้านหลังอุโบสถ ซึ่งเป็นที่ตั้งของพระธาตุหริภุญชัย ที่งดงามและสูงค่ายิ่ง  

Lampoon03.jpg picture by ayehello

Lampoon04.jpg picture by ayehello

วันนี้ได้เดินชมศิลปะที่สวยงามรอบบริเวณวัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร  โชคดีที่ฝนไม่ตก แถมมีลมพัดเย็นสบาย เป็นบรรยากาศที่สุขและสงบจริงๆ

Lampoon05.jpg picture by ayehello

แต่สิ่งหนึ่งที่เราเห็นอยู่มากก็คือเด็กตัวเล็กเดินขายนกที่กำลังเรียกร้องหาอิสรภาพ  เสียงร้องของมันบาดใจมาก จึงซื้อแล้วเอาไปปล่อย

Lampoon06.jpg picture by ayehello

การท่องเที่ยววัดของเราในวันนี้เป็นอีกหนึ่งวันที่สุขใจเพราะได้ไหว้พระขอพร  ทำบุญ  และทำทาน เป็นทริปท่องเที่ยวที่คุ้มค่าจริงๆ ค่ะ

…………………………………………………….

วันนี้มีข้อมูลเรื่องพระธาตุประจำปีเกิดมาฝากค่ะ

พระธาตุประจำปีเกิด เป็นความเชื่อที่มีต้นกำเนิดมาจากล้านนา ดังนั้นพระธาตุประจำปีเกิด จึงมักจะอยู่ทางภาคเหนือของประเทศไทย ชาวล้านนามีความเชื่อว่า..คนเราควรจะไปไหว้พระธาตุประจำปีเกิดสักครั้งในชีวิต ก็เพื่อความเป็นสิริมงคลในชีวิต

ส่วนคำว่า ” พระธาตุ ” ที่เราพูดถึงกันนั้น ก็หมายถึงพระบรมสารีริกธาตุ หรือกระดูกของพระพุทธเจ้า และรวมไปถึงเจดีย์ที่บรรจุพระบรมสาริกธาตุอีกด้วยค่ะ ดังนั้นหลายคนจึงเรียกรวมๆ กันว่าพระธาตุฯ จากเรื่องเล่ากันมาได้กล่าวไว้ว่า สถานที่ต่างๆ ที่ได้มีการสร้างพระธาตุขึ้นมานั้นในภายหลังนั้น  ก็เพราะว่าพระพุทธเจ้าได้เคยเสด็จไปโปรดสัตว์ตามสถานที่นั้นๆ มาแล้ว ดังนั้นใครที่ได้มีโอกาสไปกราบไหว้สักการะถึงว่าเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตค่ะ

ดังนั้นเราไปกราบไหว้สักการะพระธาตุประจำปีเกิดกันเถอะค่ะ  เริ่มต้นจากปีชวด ไปจนถึงปีกุนดังนี้ค่ะ

ปีชวด (ปีหนู).. พระธาตุประจำปีเกิด คือ พระธาตุศรีจอมทอง อ. จอมทอง จ. เชียงใหม่ องค์พระบรมธาตุนี้ คือส่วนพระเศียรเบื้องขวา

ปีฉลู (ปีวัว) .. พระธาตุประจำปีเกิด คือ พระธาตุลำปางหลวง อ. เกาะคา จ. ลำปางพระอรหันต์ได้นำพระธาตุหน้าผาก และพระธาตุลำคอมาประดิษฐานที่นี่

ปีขาล (ปีเสือ) .. พระธาตุประจำปีเกิด คือ พระธาตุช่อแฮ อ. เมือง จ. แพร่ พระธาตุที่ประดิษฐานอยู่ที่นี่ คือพระธาตุข้อศอกข้างซ้าย

ปีเถาะ (ปีกระต่าย) .. พระธาตุประจำปีเกิด คือ พระธาตุแช่แห้ง อ. เมือง จ. น่านที่แห่งนี้เป็นที่ประดิษฐานพระธาตุข้อมือข้างซ้าย

ปีมะโรง (ปีงูใหญ่) .. พระธาตุประจำปีเกิด คือ พระพุทธสิหิงค์ วัดพระสิงห์ อ. เมือง จ. เชียงใหม่ ซึ่งเป็นปีเกิดของตัวเราเอง ..แต่ปีนี้ยังไม่มีโอกาสไปกราบเลยค่ะ

ปีมะเส็ง (ปีงูเล็ก) .. พระธาตุประจำปีเกิด คือ พระเจดีย์ศรีมหาโพธิ ที่พุทธคยา หรือไหว้ต้นโพธิ์ตามวัดชาวล้านนาเชื่อว่าต้นโพธิ์เป็นไม้ศักดิ์สิทธิ์ ช่วยขจัดความทุกข์ได้ จึงมีประเพณีถวายไม้ค้ำโพธิ์ การบูชาพระศรีมหาโพธิที่พุทธคยา สามารถบูชาต้นโพธิ์ที่วัดมหาโพธาราม จ.เชียงใหม่ ได้เช่นกัน

ปีมะเมีย (ปีม้า) .. พระธาตุประจำปีเกิด คือ พระธาตุย่างกุ้ง หรือชเวดากอง ประเทศพม่า หรือไหว้พระธาตุเจดีย์ชเวดากอง ที่วัดพระบรมธาตุ อ. บ้านตาก จ. ตาก แทนก็ได้ค่ะที่พระธาตุแห่งนี้ประดิษฐานพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้า

ปีมะแม (ปีแพะ) .. พระธาตุประจำปีเกิด คือ พระธาตุดอยสุเทพ อ. เมือง จ. เชียงใหม่ ได้มีการอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุสถิตเหนือช้างมงคล ซึ่งเดินมาถึงยอดดอยสุเทพ แล้วจึงขุดหลุมประดิษฐานพร้อมก่อพระเจดีย์

ปีวอก (ปีลิง) .. พระธาตุประจำปีเกิด คือ พระธาตุพนม อ. ธาตุพนม จ. นครพนม เจดีย์แห่งนี้บรรจุพระอุรังคธาตุ คือกระดูกส่วนหน้าอกของพระพุทธเจ้า

ปีระกา (ปีไก่) .. พระธาตุประจำปีเกิด คือ พระธาตุหริภุญชัย อ. เมือง จ. ลำพูนเป็นที่ประดิษฐานพระสุวรรณเจดีย์ ซึ่งบรรจุพระธาตุกระหม่อม พระธาตุกระดูก พระธาตุกระดูกนิ้วมือ และพระธาตุย่อยอีกเต็มบาตรหนึ่ง

ปีจอ (ปีสุนัข) .. พระธาตุประจำปีเกิด คือ พระธาตุเกศแก้วจุฬามณี บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ สามารถบูชารูป หรือไปไหว้พระเจดีย์ที่วัดเกตุการาม อ. เมือง จ. เชียงใหม่ แทนก็ได้ค่ะพระธาตุเกศแก้วจุฬามณี เป็นที่ประดิษฐานพระทันตธาตุ

ปีกุน (ปีหมู) ..พระธาตุประจำปีเกิด คือ พระธาตุดอยตุง อ. แม่สาย จ. เชียงราย บรรจุพระบรมสารีริกธาตุพระรากขวัญเบื้องซ้าย หรือกระดูกไหปลาร้า

การกราบไหว้สักการะพระธาตุนั้น ไม่เพียงแต่เราจะกราบไหว้แต่เฉพาะพระธาตุประจำปีเกิดเท่านั้น แต่เรายังสามารถไหว้พระธาตุได้ทุกแห่งหน ในทุกปีเกิดได้อีกด้วย  ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีงาม เป็นการสืบทอดในพุทธศาสนา และเพื่อเป็นสิริมงคลกับชีวิตของเราค่ะ  บุณณดา

boonnadatotravel@hotmail.com

May 5, 2008

สถูปรูปทรงพุทธคยา ที่วัดอมราวราราม

Filed under: Bangkok — boonnada @ 2:16 pm

  

หากกล่าวถึงเจดีย์หรือสถูปพุทธคยา  ก็คงต้องนึกถึงประเทศอินเดีย แต่มาในครั้งนี้เราไม่ต้องไปถึงประเทศอินเดียค่ะ เพราะในประเทศไทยของเราก็มีสถูปรูปทรงพุทธคยาที่สวยงาม ซึ่งตั้งอยู่ในวัดอมราวราราม เขตสายไหม จังหวัดกรุงเทพฯ นี่เอง และที่นี่ก็ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของเขตสายไหมอีกด้วย  แต่แหล่งท่องเที่ยวทางพุทธศาสนาแห่งนี้อาจจะยังไม่เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย เนื่องจากเพิ่งมีการก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2534 แต่ความงดงามและความมีคุณค่าทางพุทธศาสนานั้นมีมากมายเหลือคณานับ  ถ้าเช่นนั้นมาทำความรู้จักวัดแห่งนี้กันเลยค่ะ 

 TAT001.jpg picture by ayehello

 001.jpg picture by ayehello

                วัดอมราวราราม เป็นวัดที่สร้างขึ้นจากความศรัทธาในพุทธศาสนาของพุทธศาสนิกชนคนหนึ่ง นั่นก็คือศาสตราจารย์แพทย์หญิงอมรา จันทราภานนท์ ซึ่งท่านได้ถวายที่ดินส่วนตัวเป็นจำนวนสิบกว่าไร่ แต่เดิมสร้างเพื่อเป็นสำนักปฏิบัติธรรมในนาม ศูนย์ธุดงค์อมราวนาราม และเพื่อเป็นการอุทิศส่วนกุศลให้กับนายแพทย์อุกฤษฐ์ จันทราภานนท์ ผู้เป็นสามี   ในสมัยแรกนั้นก็ได้มีพุทธศาสนิกชนมาบำเพ็ญบุญและร่วมปฏิบัติธรรมมิได้ขาด  ต่อมาวัดแห่งนี้ได้รับอนุญาตประกาศตั้งเป็นวัดในพุทธศาสนาเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2534  และมีนามว่า วัดอมราวราราม  ตามชื่อของเจ้าของคือ คุณหมออมรา ผู้มีศรัทธาอันยิ่งใหญ่  และในปี พ.ศ. 2535  ได้มีการก่อสร้างสถูปรูปทรงพุทธคยาที่มีความละเอียดอ่อนและงดงาม  ต่อมาในปี พ.ศ. 2536 จึงได้ ทำพิธีเททองหล่อพระประธานพระพุทธสิหิงค์จำลอง และได้อันเชิญไปประดิษฐานอยู่ภายในสถูป เพื่อให้ประชาชนได้กราบไหว้เป็นสิริมงคลแก่ชีวิต  และสถูปจำลองแบบพุทธคยาแห่งนี้เป็นความงดงามทางศิลปะการก่อสร้างศาสนสถานที่ควรค่าแก่การเคารพบูชาของพุทธศาสนิกชนอย่างเราท่านค่ะ

 true01.jpg picture by ayehello TAT003.jpg picture by ayehello

TAT002.jpg picture by ayehello

                นอกจากที่วัดอมราวรารามจะมีสถูปจำลองแบบพุทธคยาที่งดงามแล้ว ที่นี่ยังเป็นวัดวิปัสสนาที่ประชาชนทั่วไปให้ความสนใจเข้ามาปฏิบัติธรรม นั่งสมาธิ และประกอบพิธีทางศาสนาอีกด้วย  โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนที่วัดแห่งนี้ได้ส่งเสริมการปฏิบัติธรรมกรรมฐานบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อนอีกด้วย  ถ้าท่านใดสนใจอยากไปชมศิลปะที่สวยงาม และอยากไปร่วมทำบุญ ก็ขอเรียนเชิญไปที่วัดอมราวรารามแห่งนี้ได้

การเดินทางไปวัดอมราวราราม.. ให้เลี้ยวเข้าซอยพหลโยธิน 52  ขับตรงไปไม่ไกล จากนั้นจะเห็นทางเข้าวัดตั้งอยู่ตรงหัวโค้ง

เชิญชมศิลปะสวย บรรยากาศร่มรื่น และร่วมทำบุญกันที่วัดแห่งนี้นะคะ

บุณณดา

boonnadatotravel@hotmail.com