หากกล่าวถึงเครื่องปั้นดินเผา หลายคนก็คงนึกถึงชุมชนบ้านด่านเกวียน จังหวัดนครราชสีมา เพราะที่แห่งนี้เป็นแหล่งผลิตและจำหน่ายสินค้าเครื่องปั้นดินเผาหลากหลายรูปแบบ ส่วนเหตุผลที่ด่านเกวียนเป็นแหล่งผลิตเครื่องปั้นดินเผาชั้นดีที่มีความสวยงาม คงทน และมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร และยังสามารถเรียกได้ว่าเป็นงานศิลปกรรมพื้นบ้านที่ได้ทำสืบทอดกันมายาวนานของคนในชุมชน ก็เพราะมาจากจุดแข็งในเรื่องของ “ ดิน ”เนื่องจากดินในลำน้ำมูลที่ใช้ทำเครื่องปั้นดินเผาด่านเกวียนจะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีแร่สนิมเหล็กที่ไม่เหมือนดินจากแหล่งอื่น คือเป็นดินเหนียวที่มีเนื้อเป็นสีแดงเข้มจนเกือบดำ และเมื่อเผาจนดำแล้วจะมีความแข็งกว่าดินในทุกพื้นที่ และขึ้นรูปได้ดี สามารถออกแบบและปั้นได้ตามความต้องการ ซึ่งจากจุดแข็งนี้เอง ที่ทำให้ชาวชุมชนด่านเกวียนสามารถสร้างสรรค์เครื่องปั้นดินเผาจากการผลิตเพื่อใช้งานเอง สู่การสร้างอาชีพที่ยั่งยืนของคนในชุมชน และในปัจจุบันได้พัฒนาดินเผาพื้นบ้านสู่ตลาดส่งออกที่สร้างรายได้ให้กับประเทศไทยอีกด้วย และจากการที่ดินเผาด่านเกวียนสามารถสร้างชื่อเสียงให้กับตัวของผลิตภัณฑ์เองแล้ว ยังสามารถทำให้บ้านด่านเกวียนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกแห่งหนึ่งของประเทศไทยอีกด้วยค่ะ

และเมื่อเราเดินทางมาถึง ต.ด่านเกวียน อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา ก็จะเห็นร้านค้าเครื่องปั้นดินเผาเรียงรายอยู่สองฟากฝั่งถนน ถ้าไม่ได้แวะลงไปชื่นชมหรือเลือกซื้อสินค้าเหล่านี้มาไว้ประดับตกแต่งบ้านและสวนก็คงจะเสียดายแย่ เพราะว่าได้มีโอกาสมาเยือนถึงถิ่นเครื่องปั้นดินเผากันแล้ว …. ว่าแล้วก็ขอลงไปเลือกแจกันงามๆ กระถางสวยๆ ต่อด้วยของฝากจากดินเผาชิ้นเล็กๆ ก่อนนะคะ

ขณะที่เรากำลังเลือกซื้อเครื่องปั้นดินเผาอยู่นั้น ก็จะเห็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติและคนไทยแวะเวียนมาสั่งซื้อสินค้า สั่งกันทีหนึ่งเป็นสิบชิ้นร้อยชิ้นขึ้นไป ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นการย้ำให้เราเห็นว่า เครื่องปั้นดินเผาด่านเกวียนนั้น เป็นที่นิยมของผู้คนมากมาย และยิ่งในปัจจุบันคนไทยเราหันมาสนใจการตกแต่งบ้านและจัดสวนกันมากขึ้น ทำให้สินค้าพื้นบ้านอย่างเครื่องปั้นดินเผาเป็นที่ต้องตาต้องใจนักตกแต่งบ้าน ยิ่งถ้าเครื่องปั้นดินเผาสามารถพัฒนารูปแบบที่หลากหลายและมีสวยงามทั้งในแง่ของรูปทรง สีสัน หรือการเลียนแบบให้คล้ายคลึงของเก่า เพื่อให้เข้ากับสไตล์การตกแต่งบ้านและสวนของแต่ละบุคคลมากยิ่งขึ้น อย่างที่ชุมชนบ้านด่านเกวียนได้ทำอยู่นั้น ก็จะยิ่งสร้างความน่าสนใจให้กับตัวของผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้นไปอีกค่ะ
ส่วนเรื่องราคาของสินค้าก็ไม่แพงอย่างที่คิดด้วยนะคะ มีตั้งแต่ราคาหลักสิบจนถึงจนหมื่น อ๊อ!! หลักแสนก็มีอยู่บ้างค่ะ ขึ้นอยู่กับขนาด ลวดลาย การใช้สี และวัตถุดิบในการตกแต่ง ครั้งนี้เราซื้อกระถางใบโตสีสันสวยงามมาในราคา 240 บาทเท่านั้นส่วนกระถางปลูกต้นไม้ใบเล็กก็อยู่ที่ราคา 30 – 50 บาท เป็นราคาที่พอจะเอื้อมถึง แบบนี้เรียกว่า ” สุดคุ้มค่ะ ”

มาถึงแหล่งเครื่องปั้นดินเผาด่านเกวียนทั้งที ถ้าไม่ซื้ออะไรติดไม้ติดมือกลับไปประดับตกแต่งบ้านหละก็เสียดายแย่เลยค่ะ และในปัจจุบันนี้แหล่งชุมชนบ้านด่านเกวียนมีร้านค้าจำหน่ายสินค้าเครื่องปั้นดินเผามากมายให้นักท่องเที่ยวได้เลือกซื้อกันมากขึ้น หากเดินจนเมื่อยก็มีร้านค้าขายเครื่องดื่มอย่างกาแฟและน้ำผลไม้ไว้คอยบริการด้วยค่ะ
ถ้าหากใครไปเที่ยวที่จังหวัดนครราชสีมา ก็อย่าลืมแวะเวียนมาเยี่ยมชมสินค้าดินเผาพื้นบ้าน ที่สามารถเดินทางสู่ตลาดส่งออกได้ อย่างเครื่องปั้นดินเผาด่านเกวียน ที่ ต.ด่านเกวียน อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา แล้วเราจะได้เห็นกันค่ะว่าผลิตภัณฑ์พื้นบ้านเหล่านี้มีคุณค่าและความสวยงามอย่างไร และเหตุใดชาวต่างชาติจึงนิยมชมชอบกันมาก เราเป็นคนไทยมีของดีอยู่ในเมืองไทยต้องช่วยกันสนับสนุนค่ะ
***************************************************************************************
ตลอดเดือนกรกฏาคมนี้ที่จังหวัดอุบลราชธานี มีการจัดงานประเพณีแห่เทียนพรรษา ( The Candle Festival of Ubon Ratchathani 2008 ) “ เมืองอุบลบุญล้นล้ำ บุญธรรมบุญทาน สืบสานตำนานเทียน ” และจะมีขบวนแห่เทียนพรรษาให้ชมกันในวันที่ 18 กรกฏาคม 2551 ซึ่งตรงกับวันเข้าพรรษา ที่บริเวณทุ่งศรีเมือง จ.อุบลราชธานีค่ะ จึงอยากเชิญชวนให้ไปชมความงดงามของเทียนพรรษาในวันดังกล่าว แต่ถ้าใครไม่สามารถไปชมในวันที่มีขบวนแห่เทียนพรรษา แต่อยากเห็นเทียนพรรษาที่สวยงามของปีนี้ ก็สามารถไปชมได้ตลอดเดือนกรกฏาคม เพราะงานนี้จัดถึงสิ้นเดือนกรกฎาคมค่ะ ส่วนทริปนี้เราไปเที่ยวอุบลฯ ก่อนวันที่ 18 กค.. ถึงแม้จะไม่ได้เห็นความอลังการของขบวนแห่เทียนพรรษา แต่ขอไปเห็นความตั้งอกตั้งใจในการสร้างสรรค์เทียนพรรษาของคนในชุมชนวัดต่างๆ ของเมืองอุบลราชธานี ก็ถือว่าคุ้มค่าเช่นกันค่ะ 
แต่ก่อนอื่นต้องขอไปเติมพลังมื้อเช้ากันด้วยไข่กระทะ โจ๊ก ข้าวต้ม ปาท่องโก๋ เสิร์ฟพร้อมกาแฟร้อนๆ อาหารเช้าประจำของผู้คนในอำเภอเมืองกันก่อน ก็แหม!! มาถึงอุบลราชธานีทั้งที ถ้าไม่ได้รับประทานไข่กระทะหละก็เสียดายแย่เลยค่ะ 
และอย่างที่เกริ่นไปตอนต้นว่าถ้าปีนี้ไม่ได้ไปชมขบวนแห่เทียนพรรษา ก็ขอไปชมความตั้งใจสร้างสรรค์เทียนพรรษาของช่างเมืองอุบลฯ เท่านี้ก็ถือว่าคุ้มค่าแล้วค่ะ เพราะงานตกแต่งเทียนพรรษานั้นนับเป็นงานศิลปะที่แสดงถึงรากฐานภูมิปัญญาของช่างเมืองอุบลฯ ที่ได้สืบทอดงานศิลปกรรมเหล่านี้มาตั้งแต่สมัยปู่ย่าตาทวด เพราะมาจากความเชื่อที่ว่าการทำเทียนพรรษานั้นนอกจากจะเป็นการสืบสานประเพณีที่ดีงามแล้ว ยังเป็นการแสดงออกถึงความศรัทธาในพุทธศาสนา และยังถือเป็นการชักชวนให้พุทธศาสนิกชนมาร่วมทำบุญด้วยกันในวันเข้าพรรษาอีก ซึ่งในแต่ละปีจะมีชุมชนวัดต่างๆ สร้างสรรค์ต้นเทียนพรรษาที่มีความสวยงามออกมาสู่สายตาของประชาชน

สิ่งที่เราเห็นได้ก็คือความร่วมแรงร่วมใจของผู้คนในชุมชน พระ เณร ตลอดจนนักศึกษาที่มาร่วมกันสร้างสรรค์เทียนพรรษาของชุมชนของตน กว่าที่จะเสร็จสมบูรณ์ก็ใช้เวลากว่าสองเดือนเลยทีเดียวค่ะ

ณ ทุ่งศรีเมือง ในวันที่ 18 กรกฏาคมนี้จะมีพิธีเปิดงานประเพณีแห่เทียนพรรษาจังหวัดอุบลราชธานี ประจำปี 2551 และจะมีขบวนแห่เทียนพรรษาของแต่ละคุ้มวัด ที่ประกอบไปด้วยดนตรี การละเล่น และการฟ้อนรำ ที่แสดงความเป็นเอกลักษณ์ตามแบบฉบับชาวเมืองอุบลฯ และในงานยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจอีกมากมาย อาทิ พิธีอันเชิญเทียนหลวงพระราชทาน กิจกรรมหลอมเทียนหลอมใจ กิจกรรมพาข้าวแลง กิจกรรมปฏิบัติธรรม กิจกรรมสาธิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากชุมชน และการแสดงประกอบแสงสีเสียงต่างๆ หากท่านใดสนใจร่วมงานประเพณีแห่เทียนพรรษาที่ยิ่งใหญ่อลังการประจำปีนี้ ก็สามารถไปร่วมงานได้ที่ทุ่งศรีเมือง จ.อุบลราชธานีค่ะ

ความเชื่อของการถวายเทียนแด่พระสงฆ์ จะทำให้ชีวิตของเราพบเจอแต่ทางสว่างสดใส มีจิตใจและปัญญาที่ดี เพราะในอดีตนั้นการถวายเทียนแด่พระสงฆ์ก็เพื่อให้พระสงฆ์ได้จุดเทียนไว้อ่านพระไตรปิฎกและหลักธรรมคำสอนต่างๆ ในยามค่ำคืน เพื่อจะได้สืบทอดพระพุทธศาสนาและนำคำสอนต่างๆ มาเผยแพร่แก่พุทธศาสนิกชนต่อไปนั่นเองค่ะ
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
วันนี้ขออาสาพาไปแหล่งช็อปปิ้งอีกหนึ่งแห่งของเชียงใหม่ ซึ่งอยู่ริมถนนอัษฏาธร นั่นก็คือ “ เจเจ มาร์เก็ต ” แหล่งรวบรวมผลิตภัณฑ์และสินค้าที่มีการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์สวยเก๋ไม่เหมือนใคร และที่สำคัญคือมีสินค้าส่วนพระองค์ที่มีคุณค่ามากมาย ไม่ว่าจะเป็นที่ร้านดอยตุง คอฟฟี่ , ร้านดอยตุง บาย แม่ฟ้าหลวง , ร้านธรรมชาติ และสวนปกาศิต ฯลฯ ใครที่ชื่นชอบบรรยากาศเดินสบาย ไม่แออัด ที่จอดรถสะดวก และชื่นชอบงานศิลปะ หากมาเดินเลือกซื้อของที่นี่ก็คงไม่ผิดหวังเป็นแน่
และจากหัวเรื่องที่เราขอเรียกตลาดนี้ว่าตลาดจริงใจก็เพราะที่ ” เจเจ มาร์เก็ต” แห่งนี้ เค้ามีชื่อว่า ” ตลาดจริงใจ ” จริงๆ ค่ะ
เนื่องจากตัวอักษรภาษาอังกฤษ “ JJ ” เป็นตัวย่อมาจากภาษาไทยว่า “ จริงใจ ” หมายถึงจริงใจและตั้งใจที่จะรวบรวมผลิตภัณฑ์ต่างๆ ในจังหวัดเชียงใหม่ให้มาอยู่รวมกัน ณ ที่แห่งนี้นั่นเองค่ะ
จุดแรกที่เราเดินเข้าไปเลือกซื้อสินค้าก็คือร้านแม้ฟ้าหลวง ไม่ต้องบอกก็เป็นอันรู้กันดีว่าสินค้าในร้านแม่ฟ้าหลวง สวยงาม มีคุณค่า และน่าเก็บรักษาเป็นอย่างยิ่ง ครั้งนี้เราไม่ได้ซื้อประเภทผ้า แต่ขอซื้อแก้วใบเล็กรูปแบบเก๋ไก๋เอาไว้จิบชาให้ชื่นใจ

พอเดินออกมาเห็นป้าย “ ข้าวกล้อง ” ก็เลยเดินต่อไปเพื่อจะไปหาซื้อข้าวกล้อง เมื่อเดินเข้าไปใน “ ร้านธรรมชาติ ”โอ้โห !! มีผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติมากมาย ชิ้นนั้นก็น่าใช้ ชิ้นนี้ก็น่าซื้อ แถมแพ็คเกจจิ้งสวยสดใสน่าหยิบลงตะกร้าของฝากทั้งนั้นเลยค่ะ (แต่ครั้งนี้ไม่ได้ซื้อฝากใครเลยค่ะ ขอเอามาใช้เองล้วนๆ) เข้าไปสอบถามพนักงานขายได้ความว่าผลิตภัณฑ์ในร้านธรรมชาติแห่งนี้ มาจากผลิตผลทางการเกษตรปลอดสารพิษในโครงการพัฒนาส่วนพระองค์ เช่นผักสด ผลไม้สด ข้าวสาร และผลิตผลการเกษตรแปรรูปต่างๆ เช่น เส้นหมี่ เส้นจันท์ แยมผลไม้ น้ำผลไม้ แถมยังมีผลิตภัณฑ์ที่ผสมสารสกัดธรรมชาติ เช่นแชมพู ครีมนวด สบู่ก้อน สบู่เหลว หอมกลิ่นสมุนไพรและผลไม้สดชื่นมากๆ แบบนี้ไม่อุดหนุนไม่ได้แล้วหละค่ะ

เดินออกมาจากร้านธรรมชาติ ก็มาสะดุดตากับอีกหนึ่งร้านที่มีป้าย “ มูลนิธิสมานใจ ” สินค้าในร้านมีสีสันสดใสน่ารัก เมื่อได้เดินเข้าไปพูดคุยกับพนักงานในร้านก็ทำให้น่าสนใจเข้าไปใหญ่ เพราะสินค้าในร้านแห่งนี้มาจากฝีมือของเด็กพิการทางสมองที่พยายามถักทอผืนผ้าออกมาเป็นผลงานเพื่อช่วยเหลือตนเองและครอบครัว ซึ่งมูลนิธิสมานใจนี้ก็ทำหน้าที่ในการช่วยสานฝันให้กับเด็กพิเศษเหล่านี้นั่นเองค่ะ แบบนี้เราขอทำหน้าที่เป็นส่วนเล็กๆ ที่จะช่วยสานฝันให้น้องๆ โดยการซื้อสินค้าเพื่อให้น้องๆ ได้มีทุนทรัพย์และกำลังใจที่ดีต่อไปค่ะ

คราวนี้เราเดินดูสินค้าสีสันสดใสสวยเก๋กันต่อ ใครกำลังหาของแต่งบ้านอยู่หละก็ มาที่นี่ก็เหมาะเช่นกันค่ะ

หรือจะหาซื้อของฝากก็มีให้เลือกเยอะแยะเช่นกันค่ะ

บอกตามตรงว่าเดินเลือกซื้อสินค้าที่นี่ รู้สึกสบายใจและเพลินมาก เพราะบรรยากาศดี มีดนตรีบรรเลงเบาๆ ตลอดเส้นทางช็อปปิ้งด้วยค่ะ และที่นี่เขามีสโลแกนว่า ” เจเจมาร์เก็ต เชียงใหม่ ตลาดนัดเดินสบาย ติดถนนตัดใหม่ ใกล้ตลาดคำเที่ยง ”
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++