หากนึกถึงสถานที่พักผ่อนแสนสบาย ใกล้ชิดธรรมชาติ อยู่ไม่ห่างจากกรุงเทพฯ ก็คงเล็งเป้าไปที่เขาใหญ่ อ.ปากช่อง ก็อย่างที่รู้กันดีว่าช่วงแดดร่มลมตกที่เขาใหญ่นั้นอากาศดีเป็นเลิศ ขนาดช่วงฤดูร้อนก็ยังพอมีลมเย็นให้ได้สัมผัส แต่ถ้าเป็นช่วงฤดูฝนอย่างนี้ รับรองว่าได้สูดอากาศดีจนฉ่ำปอดแน่นอน เราเป็นคนหนึ่งที่ชอบเที่ยวป่าหน้าฝน เพราะจะได้เห็นใบไม้ต้นไม้เขียวขจี ดินก็นุ่มไร้ฝุ่นเกาะในรูจมูก แหม!! นึกแล้วก็สดชื่นดีแท้ ดังนั้นทริปนี้ไปสูดอากาศดีใกล้กรุงเทพฯ ที่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา กันดีกว่า แต่เมื่อนึกถึงที่พักที่ปากช่องก็มีรายชื่อโรงแรมและรีสอร์ทผุดเข้ามาในหัวมากมายหลายที่ เลือกกันแทบไม่ถูกเลยจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นจุลดิส , โกลเด้นวัลเล่ย์ , โบนันซ่า , สักภูเดือน , กรีนเนอร์รี่ , ภูวนาลี รีสอร์ท , เขาใหญ่ฟ้าใสรีสอร์ท ฯลฯ ซึ่งแต่ละที่ที่เขียนถึงนั้นเป็นรีสอร์ทที่สวยงามและใกล้ชิดธรรมชาติไม่แพ้กัน แต่ก็มีอีกหนึ่งสถานที่ที่เพื่อนได้แนะนำให้ลองไปพัก เห็นบอกว่าราคาห้องพักไม่แพงแถมได้อารมณ์เหมือนอยู่ในป่า และที่นั่นก็คือ “ เดอะจังเกิ้ลเฮ้าส์ บ้านป่าเขาใหญ่ ” (THE JUNGLE HOUSE) ว่าแล้วก็ขับรถมุ่งหน้าเข้าสู่ถนนมิตรภาพ พอถึงแยกปากช่องก็เลี้ยวขวาเข้าถนนธนะรัชต์ พอถึง กม.19.5 ก็จะเจอป้ายเดอะจังเกิ้ลเฮ้าส์ใหญ่มากตั้งอยู่ทางซ้ายมือ เลี้ยวซ้ายเข้ามาโลด จุดสังเกตุอีกหนึ่งอย่างอยู่ใกล้บริเวณประตูทางเข้าคือช้างตัวใหญ่หลายเชือกยืนรอท่านผู้มีอุปการะคุณทั้งหลายอยู่นั่นเอง (นี่เราเข้าป่ามาแล้วหรือนี่???)
แต่เมื่อเข้าไปในบ้านป่าเขาใหญ่แห่งนี้ก็ยิ่งรู้สึกเหมือนอยู่ในป่าจริงๆ เพราะมีต้นไม้ใหญ่สวยงามร่มรื่น โดยเฉพาะการตกแต่งบ้านพักที่ใช้ไม้และหิน ดูแล้วทันสมัยแต่แปลกที่ได้ความรู้สึกเหมือนเข้ามาในป่าจริงๆ ส่วนบ้านพักของที่นี่ก็มีมากมายหลายแบบให้เลือก จะมาเดี่ยว มาเป็นคู่ หรือมาเป็นกลุ่มก็เลือกกันได้ตามสะดวก

ที่นี่มีล็อบบี้ที่อยู่แนบชิดธรรมชาติ แต่ตกแต่งด้วยสีสันสดใสและมีสไตล์ที่ดูทันสมัย แต่กลมกลืนกับธรรมชาติเป็นอย่างดี


ส่วนกิจกรรมของบ้านป่าเขาใหญ่ เดอะจังเกิ้ลเฮ้าส์ก็มีให้เลือกมากมายแล้วแต่ความชอบ ไม่ว่าจะเป็นการนั่งช้าง เห็นเขาบอกว่าช้างจะพาเราเดินไปตามลำน้ำให้เราได้ชื่นชมธรรมชาติ แต่ถ้าใครชอบความตื่นเต้น ที่นี่เขาก็มีล่องแก่งลุยน้ำเชี่ยว รับรองสนุกสะใจ แต่ก็มีความปลอดภัยด้วย เพราะจะมีทีมงานออกไปช่วยแนะนำและดูแลความปลอดภัยให้ตลอดเส้นทางความมัน แต่ถ้าใครที่ไม่กลัวความสูงก็มีกิจกรรมปีนหน้าผาจำลองให้ทดสอบความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อ แต่ถ้าหากใครชอบการเดินป่าก็ไม่ควรพลาดกับกิจกรรมเดินป่าชมพันธุ์ไม้และดอกไม้ต่างๆ ได้ทั้งความเพลิดเพลินและความรู้ควบคู่ไปด้วย ยัง..ยัง..ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ ได้มาเที่ยวป่าทั้งทีถ้าไม่ได้ไปส่องสัตว์ยามค่ำที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่หละก็เดี๋ยวเพื่อนจะหาว่ามาไม่ถึง ที่เดอะจังเกิ้ลเฮ้าส์อยู่ห่างจากประตูทางเข้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่เพียงสามกิโลเมตรครึ่งเท่านั้นเองค่ะ

และจากการที่เดอะจังเกิ้ลเฮ้าส์ตั้งอยู่ไม่ห่างจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่นี่เอง ทำให้อากาศโดยรอบของที่นี่สดชื่น แถมได้ยินเสียงนกเสียงแมลงฟังแล้วรื่นหูดีจริงๆ เลยค่ะ ส่วนซุปเปอร์สตาร์ของที่นี่ก็คงจะไม่พ้นสรรพสัตว์น้อยใหญ่ทั้งหลาย ทั้งช้าง ลิงน้อย กระต่าย นก และสุนัขที่น่ารักและใจดี ได้ยินมาว่าที่โรงแรมแห่งนี้สามารถพาสุนัขของเราเข้าไปพักด้วยได้ แต่อย่างไรก็ลองโทรไปสอบถามเพื่อความแน่ใจและสอบถามราคาห้องพักแต่ละแบบกันได้ที่ 044-297183 , 044-297307 ….
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
เมื่อหลายวันก่อนมีโอกาสเดินทางผ่านเส้นลำลูกกาในยามเช้า ระหว่างทางก็พยายามชม้ายชายตาแลหาร้านกาแฟข้างทางตามความเคยชิน และเมื่อผ่านวัดสายไหมไปได้ไม่ไกล ก็เหลือบไปเห็นร้านกาแฟสีเหลืองหลังเล็กๆ น่ารักๆ มีต้นไม้และดอกไม้สีสันสดใสเรียงรายอยู่หน้าร้าน ยิ่งทำให้ร้านนี้สะดุดตามากขึ้น แต่เมื่อมองเห็นชื่อร้านต้องขอแวะทันที เพราะร้านกาแฟแห่งนี้มีชื่อว่า “ คอฟฟี่ปิ๊ง ” แหม !! ทำให้นึกถึงซี่รี่เกาหลีชื่อดัง “ คอฟฟี่ปริ๊นซ์ ” ขึ้นมาในทันใด แต่ชื่อร้านน่ารักๆ บวกกับความสดใสของร้านก็ทำให้ปิ๊งได้เหมือนกันนะเนี่ย !!!
สภาพภายนอกดึงเราเข้ามาในร้านได้แล้ว ต้องขอลิ้มลองกาแฟของเขาสักหน่อย ไม่รู้ว่ารสชาติจะปิ๊งเหมือนชื่อร้านรึเปล่า?? เราก็เลยสั่งกาแฟเย็น ส่วนเพื่อนเราสั่งช็อกโกแลตเย็น พอลองค่อยๆ ดูดกาแฟเข้าปากไป โอ้โห!! ปิ๊งรักกาแฟร้านนี้เข้าเต็มเปา ไม่น่าเชื่อว่ารสชาดละมุนผสมกลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟในร้านเล็กๆ แห่งนี้ จะทำให้เราหลงรักในเวลาไม่นานนัก ถ้าไม่ได้ปิ๊งชื่อร้านในแว๊บแรก ก็คงไม่ได้เจอร้านกาแฟสุดโปรดอีกหนึ่งร้านเป็นแน่


สิ่งที่สร้างความประทับใจให้กับเราอีกอย่างหนึ่งก็คงเป็นพี่เจ้าของร้านที่สุดแสนน่ารักและเป็นกันเอง ที่สำคัญเขาลองเอาน้ำแอ๊ปเปิ้ลมาให้เราชิมฟรีอีกด้วย (น่ารักตรงนี้นี่เอง ฮ่าฮ่าฮ่า) ระหว่างนั่งทานของฟรีเราก็ชวนพี่เจ้าของร้านคุยไปคุยมาได้ความว่าแต่เดิมพี่เขาก็ทำงานอยู่ในบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง แต่มีความใฝ่ฝันว่าอยากเปิดร้านกาแฟเป็นของตนเอง จึงได้สละเวลาพักในวันเสาร์-อาทิตย์ไปเรียนทำเครื่องดื่มและเบเกอรี่จนมีฝีมือในระดับที่มั่นใจว่าจะลงทุนเปิดร้านทำตามความฝัน ไม่เพียงแต่กาแฟที่อร่อยนะ คุกกี้ข้าวโอ๊ตที่พี่เขาทำเองก็อร่อยไม่เบาเหมือนกัน
ใครที่เดินทางผ่านเส้นลำลูกกาก็แวะไปลองจิบกาแฟและรับประทานขนมอร่อยๆ ได้ที่ร้าน “ คอฟฟี่ปิ๊ง ” อยู่ตรงข้าม รร.ผ่องสุวรรณฯ และอยู่ระหว่างวัดสายไหมกับปั๊มน้ำมันเจ็ท ร้านสีเหลืองสดใสสะดุดตาหาง่าย หรือใครอยู่ในละแวกนั้นแล้วอยากลองชิมขนมเค้กหรือเบเกอรี่อร่อย ราคาเบาๆ ก็ลองโทรสอบถามเส้นทางและรายละเอียดต่างๆ ได้ที่ 087-0388320 …. ร้านนี้เจ้าของร้านน่ารักใจดีและรักการทำเบเกอรี่จริงๆ ค่ะ
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
เดือนที่แล้วมีโอกาสได้ต้อนรับเพื่อนชาวญี่ปุ่นที่ตั้งใจมาเยือนเมืองไทยเป็นการเฉพาะ และครั้งนี้ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่อิชิโร่เพื่อนชาวแดนอาทิตย์อุทัยของเรามาเที่ยวเมืองไทย แต่จะเป็นครั้งที่เท่าไหร่นั้น เราก็จำแทบไม่ได้เช่นกัน เพราะอิชิโร่มาเที่ยวเมืองไทยแทบทุกปี เขาเล่าถึงความประทับใจที่มีต่อเมืองไทยให้เราฟังบ่อยครั้ง จับใจความได้ว่า “ เมืองไทยมีทะเลสวย ธรรมชาติงดงาม คนไทยใจดี ” แหม!! น่าจะบอกว่าสาวไทยสวยอีกสักหนึ่งข้อ ก็คงจะดีไม่น้อย J ทุกครั้งที่อิชิโร่มาถึงกรุงเทพฯ ก็มักจะไปนอนพักที่โรงแรมละแวกรัชดาภิเษก ครั้งนี้หญิงไทยใจงามทั้งหลายเสนอแนะให้อิโร่ลองไปนอนพักที่โรงแรมแห่งใหม่ดูบ้างเพื่อเป็นการเปลี่ยนบรรยากาศ และจะได้เห็นความเป็นไทยในแบบอื่นที่แตกต่าง และโรงแรมนั้นก็คือ “ โรงแรมพระนครนอนเล่น ” อยู่ในซอยเทเวศร์ 1 ที่ตัดสินใจเลือกโรงแรมพระนครนอนเล่นให้อิชิโร่ก็เพราะเราเห็นกันว่าโรงแรมนี้มีความเป็นไทยที่ดูสงบ และงดงามไปด้วยลายเพ้นท์ภาพดอกไม้สีหวาน น่าจะถูกใจเพื่อนรักชาวญี่ปุ่นของเราที่มีอาชีพเป็นเจ้าของสวนดอกไม้ที่ญี่ปุ่น การที่เขาได้มาเห็นบรรยากาศที่ร่มรื่นแวดล้อมไปด้วยพันธุ์ไม้ของไทย ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เขาชื่นชอบ เพราะเขาได้เรียนรู้และทำความรู้จักกับต้นไม้ดอกไม้ในบ้านเรา
เรื่องเล่าของพระนครนอนเล่นในวันนี้เป็นเรื่องเล่าที่มาพร้อมภาพบรรยากาศหลังหนึ่งทุ่มตรง หลังจากที่พวกเราเลี้ยวเข้าซอยเทเวศน์ 1 ตรงไปอีกไม่ไกลก็จะเห็นซอยเล็กๆ ทางขวามือ ชะโงกหน้ามองเข้าไปในซอยก็จะเห็นประตูสีสันสวยงามติดป้ายชื่อโรงแรมพระนครนอนเล่น (Phranakorn NornLen)
สายตาแรกที่ได้เห็นประตูหน้าโรงแรม ก็ทำให้อยากวิ่งลงไปถ่ายรูปซะแล้ว และแล้วสายตา สมอง หัวใจ มือและขา ก็ช่างสัมพันธ์กันเหลือเกิน เรากับเพื่อนรีบวิ่งปรู๊ดลงจากรถ ไปโพสท์ท่าถ่ายรูปกับประตูที่มองดูธรรมดาแต่มันไม่ธรรมดา เมื่อดูจากโครงสร้างที่เป็นไม้เก่าผสานสีสันของประตูที่มีหลากสีแต่กลมกลืน รวมถึงดวงไฟส่องสว่างที่เน้นให้ประตูดูและชื่อโรงแรมดูเด่นชัดขึ้นมา อีกทั้งดอกไม้สีเหลืองที่ห้อยระย้าลงมาประดับประตูบานใหญ่ ทุกอย่างช่างผสมผสานได้อย่างลงตัว
เมื่อเปิดประตูเข้าไปภายในโรงแรม พวกเราสัมผัสได้ถึงความสงบ อบอุ่น และปลอดภัยที่เหมือนเป็นบ้านมากกว่าโรงแรม ด้านซ้ายเป็นที่นั่งอ่านหนังสือเล่นอินเตอร์เนต สามารถนั่งนอนเอกเขนกได้ ด้านขวาเป็นที่นั่งรับประทานอาหาร มีการจำลองร้านค้ายุคเก่าซึ่งสร้างเสน่ห์ให้กับที่นี่ ตรงกลางมีสวนต้นไม้เพิ่มความเป็นธรรมชาติ แต่ความสวยงามที่แฝงอยู่ก็คือภาพดอกไม้ที่อยู่บนโต๊ะและปลอกหมองอิง พร้อมทั้งการใช้สีที่ทำให้พระนครนอนเล่นดูสดใสแม้ในยามค่ำ 
ระหว่างที่ชื่นชมความสวยงามที่ดูสดใสนั้น ก็ขอชักภาพเป็นที่ระลึกร่วมกันสักใบสองใบ เห็นหน้าอิชิโร่ยิ้มแย้มและชื่นชอบโรงแรมที่เพื่อนๆ พี่ๆ ได้แนะนำในครั้งนี้ก็ดีใจแล้ว : )
ขนาดในห้องน้ำของโรงแรมก็ยังมีรายละเอียดในเรื่องสีสันและภาพวาดที่ไม่หลุดคอนเซ็ปต์แม้แต่น้อย ที่สำคัญสะอาดและมีการถ่ายเทอากาศที่ดีด้วยค่ะ
พวกเราเดินสำรวจและชื่นชมด้านล่างของโรงแรมอยู่นาน ก็ถึงเวลาเดินขึ้นไปส่งอิชิโร่บนห้องพักที่ชั้นสองกันแล้ว ระหว่างทางเดินก็ไม่อยากจะพลาดการถ่ายภาพแม้แต่ฉากเดียว ก็แหม!! มันสวยไปทุกพื้นที่ขนาดนั้น ใครหละจะอยากพลาด ใช่ไหมคะ!!
เดินมาถึงหน้าห้องพัก 203 ของอิชิโร่กันแล้ว และแล้วชายหนุ่มสัญชาติญี่ปุ่นก็ชวนเหล่าสาวงามชาวไทยเข้าไปในห้องพัก อ๊ะ!! อย่าเพิ่งตกอกตกใจกันไป หญิงไทยอย่างเราขอเข้าไปชื่นชมความสวยงามในห้องพักห้องนี้เท่านั้น เพราะเคยได้ยินมาว่าที่โรงแรมพระนครนอนเล่นในแต่ละห้อง จะมีภาพวาดที่ไม่เหมือนกัน ส่วนห้องนี้จะมีลวดลายเป็นอย่างไรกันนะ เลื่อนสายตาลงมาชมพร้อมกันเลยค่ะ 
โอ้โห !! ห้องพักอิชิโร่สีหวานแหวว เตียงใหญ่ แอร์เย็นสบาย นอกจากรายละเอียดของภาพวาดแล้ว ก็ยังประดับประดาไปด้วยลูกปัดที่ห้อยระย้าสร้างความอ่อนหวานให้เพิ่มมากยิ่งขึ้น อิชิโร่ถึงแม้จะเป็นชายแท้ แต่หัวใจเต็มไปด้วยความชอบในความสวยงามของดอกไม้ทุกชนิด เขาถึงลงทุนปลูกดอกไม้ขาย มีชีวิตในญี่ปุ่นซึ่งต้องทำงานกับดอกไม้ 7 เดือน อีก 5 เดือนก็เป็นช่วงเวลาพักผ่อนที่สามารถท่องเที่ยวไปในโลกกว้าง และจะต้องแวะเวียนมาเที่ยวเมืองไทยเสมอ พวกเราได้ส่งอิชิโร่ถึงในห้องพักแล้ว ก็ถือว่าหมดภาระกิจในหน้าที่เพื่อนชาวไทยที่สุดแสนเฟรนลี่แล้วค่ะ ห้องพักที่เราเปิดให้ดูนี้ราคาอยู่ที่ประมาณ 1,800 บาท ส่วนห้องพักในแบบอื่นก็มีอยู่หลายราคาขึ้นอยู่กับขนาดและแบบของห้องพัก สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ รร.พระนครนอนเล่น โทร. 02-964-9951 ค่ะได้มาเห็นความสวยงามของลายดอกไม้ที่เพ้นท์ลงบนผนังแบบนี้แล้ว ทำให้อยากมีผนังลายสวยแบบนี้ที่บ้านบ้างจังเลยค่ะ
*******************************************************************************************