เมื่อตะลุยค่ำคืนของเมืองเชียงใหม่เป็นที่หนำใจแล้ว เพื่อความเป็นสิริมงคลเช้านี้ฉันจึงไม่พลาดการนั่งรถสองแถวแดงไปไหว้พระธาตุดอยสุเทพ แหม..ไอ้ครั้นจะเหมารถขึ้นไปก็ค่อนข้างแพงเอาการอยู่ก็เมื่อคืนใช้เงินที่กาดหมั้วถนนคนเดินอย่างม่วนอกม่วนใจ สบายใจ แต่ไม่สบายกระเป๋า(สตางค์) มารู้สึกตัวอีกทีเงินในกระเป๋าก็โบกมือบ๊ายบายออกไปมากโข ทริปนี้ก็คงต้องเที่ยวอย่างจำกัดจำถี่น่าดู แต่..ไม่เป็นไร ไหนๆมาแบบลุยๆทั้งที เที่ยวแบบนี้ซิถึงจะมีสีสัน ไปไหนไปกัน ขอเลือกแพ็คเกจราคาประหยัด โดยใช้ปากถามผู้รู้ในท้องถิ่นจึงได้ทราบว่าถ้าจะขึ้นไปดอยสุเทพด้วยรถสองแถวต้องไปขึ้นที่หน้าสวนสัตว์เชียงใหม่ ที่นั่นมีคิวรถจอดเพียบ สงวนราคาก็แค่คนละไม่เกิน 50 บาท แต่ถ้าอยากเหมาไปต่อที่พระตำหนักภูพิงค์ และดอยปุยเค้าก็แพ็คเกจให้เลือกด้วย แต่ขอไปไหว้พระก่อนแล้วกันนะ วันนี้วางแผนการเที่ยวค่อนข้างจำกัด (ทั้งจำกัดเงินและจำกัดเวลา)
จริงๆที่พระธาตุดอยสุเทพฉันก็เคยมาหลายทีแล้วล่ะ แต่ถือคติอย่างคนไทยไปไหนต้องรู้จักไปลามาไหว้ มาเชียงใหม่ทั้งทีจะไม่มาเคารพสิ่งศักดิ์สิทธ์ที่นี่ก็คงกระไรอยู่ เรื่องไหว้พระเข้าวัดแม้จะไม่สันทัดเท่าไหร่แต่ก็เป็นวิสัยของชาวพุทธที่พึงจะต้องปฏิบัติ เอาล่ะ..ไม่พูดพร่ำทำเพลงแล้วนะเราไปทำบุญกันเลยดีกว่า



เมื่อถึงวัดพระธาตุดอยสุเทพถึงแม้ว่าจะไม่ได้มานานแล้วก็ตามเหอะ แต่ก็ไม่ค่อยเห็นความเปลี่ยนแปลงเท่าไหร่ ที่นี่ยังคงความเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธ์งดงาม และเต็มไปด้วยผู้คนที่เดินทางมาไม่ขาดสาย ส่วนบันไดทางขึ้นก็ยังคงสูงลิ่วเหมือนเดิม แต่ที่เปลี่ยนไปเห็นจะเป็นกระเช้าลอยฟ้าที่เค้าทำขึ้นใหม่ให้บริการสำหรับคนที่ไม่ต้องการเดินขึ้นไปให้เหนื่อย หรือคนที่เดินไม่ไหว อย่างเด็กๆและคนชราที่เสียเงินเพิ่มอีกหน่อยก็ได้รับความสะดวกสบายดีเหมือนกัน แต่สำหรับฉันไม่ต้องบอกก็พอจะเดาได้ว่าเลือกอย่างไหน…ต้องเดินขึ้นแน่นอน เพราะรสชาติของชีวิตอยู่ที่การพิชิตหัวใจตัวเอง 555 (มาเป็นสำนวนเลย) การเดินขึ้นก็ดีอย่าง…ถือเป็นการพิสูจน์สมรรถภาพของเราเอง ในทุกๆครั้งที่มา จะได้รู้ว่าร่างกายและสังขารของเรายังฟิตแอนด์เฟิร์มดีอยู่รึเปล่า แรกๆก็ดีอยู่หรอกแต่พอจวนจะถึงก็เล่นเอาหอบไปหลายแฮกเหมือนกัน (แฮกๆๆ)
วันนี้ที่มาได้เห็นเค้าทำพิธีบวชนาคกันด้วย แอบเห็นคนเป็นแม่นาคน้ำตาคลอ รู้สึกปลื้มใจแทน แต่ไม่ได้ไปร่วมขบวนแห่กับเค้าหรอกนะ การบวชนาคแบบนี้ก็ดูขลังศักดิ์สิทธ์ดี ไม่เอะอะมะเถิ้ง ฮิ้วโห่กันให้วุ่นวาย ฝรั่งหลายคนหยิบกล้องมาเก็บภาพกันอุดตลุดคงจะสงสัยว่าเค้าทำอะไรกันหว่า ไอ้เราก็ไม่เก่งภาษาอิงลิชซะด้วย ไม่งั้นจะเข้าไปฟุดฟิดฟอร์ไฟให้พี่แกเข้าใจสักหน่อย ก็เลยปล่อยให้พี่แกงงต่อไป ขอตัวไปไหว้พระข้างในก่อนแล้วกัน



เมื่อไหว้พระทำบุญจนอิ่มอกอิ่มใจ ก็เดินออกมาดูวิวทิวทัศน์ข้างนอก ที่เห็นเมืองเชียงใหม่มุมสูงในเวลากลางวัน เสียดายถ้าเป็นตอนกลางคืนคงสวยน่าดู คืนนี้ต้องหาสถานที่ดีๆดูวิวเชียงใหม่ยามค่ำคืนให้ได้ เวลาการมาเที่ยวทริปนี้ก็มีไม่มากนัก เพราะอีกไม่กี่วันก็ต้องกลับแล้ว ก็จะทำยังไงได้สถานะภาพของฉันตอนนี้ยังเป็นมนุษย์เงินเดือนอยู่เลย จะไปไหนมาไหนทีไม่ได้มีเวลาเหลือเฟือ เป็นทัวร์แบบโฉบๆ เฉียดๆฉิวๆ แต่ก็ขอเที่ยวชิวๆตามใจตัวเองสักหน่อย เอาไว้ได้หยุดพักร้อนหลายๆวันเมื่อไหร่จะเที่ยวแบบเลาะตะเข็บทุกซอกทุกมุมเชียงใหม่ให้หนำใจไปเลย โอ๊ย..มัวแต่ฝอย มองนาฬิกาข้อมือบอกเวลาเที่ยงกว่าแล้ว ยังไม่ไปถึงไหนเลย เอ้ารีบไปต่อเร็ว เพราะหลวมตัวมาทัวร์กับฉันเป็นทัวร์แบบ Fast Speed ลืมทัวร์หวานเย็นไปเลย ว่าแต่มาเชียงใหม่หน้าหนาวอย่างนี้…จะไม่ไปดูดอกไม้บานยามหนาวได้ยังไงล่ะ เสียเที่ยวแย่
@MangMoA
เมื่อตั้งใจย่ำเท้าออกเดินตะลุยเชียงใหม่ยามค่ำคืน “ถนนคนเดิน” หรือ กาดหมั้วของชาวเชียงใหม่ จึงเป็นช้อยแรกที่เลือกอย่างไม่ต้องสงสัย ก็จะทำยังไงได้ ในเมื่อคนกรุงอย่างฉันเพิ่งหลุดออกมาจากกรุงเทพเมืองศิวิไล เห็นแสงสีเป็นไม่ได้ต้องตรงรี่เข้าใส่ด้วยหัวใจพองโต ของที่เอามาขายส่วนใหญ่ก็จะเป็นงาน Hand Made จะมีบ้างที่มีชาวบ้านทำมาขายเป็นงานหัตถกรมแท้ๆฝีมือช่างสล่าบ้าน (เป็นชื่อที่ใช้เรียกช่างชาวล้านนา) มีทั้งงานไม้ งานปั้น งานแกะสลัก จักสานมากมายแต่ที่ม่วนอกม่วนใจจนต้องยกนิ้วให้ ก็คืองานแกะสลักไม้ เพราะที่นี่เค้าขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งไม่เป็นสองรองใคร ไม่เชื่อก็ไปพิสูจน์กันได้ถึงแหล่ง “บ้านถวาย” อาจได้ของติดไม้ติดมือชิ้นใหญ่เป็นเฟอร์นิเจอร์ไม้กลับบ้าน




แต่ก็ใช่ว่าถนนคนเดินแห่งนี้จะมีแต่งานของช่างพื้นบ้าน งานฮิบ แนวๆ ในแบบของวัยรุ่น ก็มีให้เห็นกับเค้าเหมือนกัน เป็นฝีมือของคนรุ่นใหม่ที่รู้จักประยุกต์เอาภูมิปัญญาพื้นบ้านบวกกับความคิดสร้างสรรค์ จนได้ชิ้นงานไอเดียเก๋ไก๋ไม่เหมือนใคร จะว่าไปที่นี่ก็คล้ายๆกับตลาดนัดศิลปะดีๆนี่เอง เหมาะสำหรับนักช็อปผู้ชื่นชอบงานศิลปะเกือบทุกแขนง มีผลงานของศิลปินทั้งเก่า-ใหม่เปิดแสดงผลงานให้ชมให้ช็อปตลอด 2 ข้างทาง ยาวเหยียดเป็นกิโล




เมื่อเดินกันจนเหมื่อยขาก็ต้องหาอะไรอร่อยๆทานกัน ที่นี่ก็มีให้เลือกมากมายค่ะ ไม่ว่าจะเป็น ขนมจีนน้ำเงี้ยวน้ำยา ของทานเล่น สารพัดสารเพ แต่ที่เตะตาถูกปากกระชากกระเพาะก็เห็นจะเป็น “ไข่ป่าม” (ป่ามมาจากภาษาเมือง แปลว่า ปิ้ง) หน้าตาคล้ายๆห่อหมก แต่ไม่ใช่ห่อหมกนะค่ะ เป็นไข่ปิ้งปรุงรส ซึ่งเค้าจะตอกไข่ใส่เครื่องปรุงตามที่เราชอบ มีทั้งไข่ป่ามรังผึ้ง ไข่ป่ามปู่อัด ไข่ป่ามเห็ดหอม ไข่ป่ามปลาหมึก ไข่ป่ามกุ้ง หรือแม้แต่ไข่ป่ามโฮ๊ะ (แกงโฮ๊ะอาหารเหนือ) เสร็จแล้วก็เทใส่ใบตองที่ทำเป็นกระทงไว้ แล้วนำไปปิ้งเท่านี้ก็จะได้ไข่ป่ามอร่อยๆหอมกลิ่นใบตองมาทานแล้ว อันนี้เป็นเมนูแนะนำที่ใครมาถนนคนเดินห้ามพลาด อร่อยถูกปากได้รสชาติอาหารพื้นเมือง
ที่ถนนท่าแพนี้ จะจัดกิจกรรมถนนคนเดินแบบนี้ เฉพาะในวันอาทิตย์เย็นเท่านั้น ตั้งแต่เวลาประมาณบ่าย 3- 4 ทุ่ม โดยเค้าจะปิดถนนให้ผู้คนเดินซื้อสินค้าพื้นเมืองกันอย่างคึกคัก เพื่อกระตุ้นและส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน ปลุกกระแสวัฒนธรรมล้านนาให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง สังเกตุได้จากตลอดถนนทั้งสายมีการแสดงวัฒนธรรมพื้นบ้านให้เห็นกันเป็นระยะ ทั้งฟ้อนรำ รำดาบ หรือการแสดงดนตรีท้องถิ่น ที่มีพ่ออุ้ยแม่อุ้ย หนุ่มสาวชาวเหนือและเด็กๆ มาเปิดมินิคอนเสิร์ต ทั้งแบบล้านนาและสากลให้ได้ชมเป็นขวัญตา ถือเป็นเวทีแสดงออกที่น่าชื่นชมทีเดียวค่ะ




นอกจากนี้บริเวณอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ก็ยังได้จัดการแสดงศิลปพื้นเมืองให้ผู้ที่สัญจรไปมาได้ชมทุกสัปดาห์ด้วย บางทีก็มีการสาธิตงานฝีมือต่างๆ อย่าง การแกะสลักลวดลายบนไม้ ภาชนะเครื่องเงิน เครื่องเขิน ต่างๆให้ได้อึ้งทึ่งในความสามารถของเหล่าบรรดาช่างสล่าบ้าน แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้ถนนท่าแพแตกต่างจากย่านการค้าอื่นใน จ.เชียงใหม่ก็คือ ถนนเส้นนี้เป็นถนนเศรษฐกิจเก่าแก่ ที่มีประวัติความเป็นมายาวนาน เป็นถนนสายวัฒนธรรม ที่รื้อฟื้นและปลูกฝังให้เยาวชนคนรุ่นหลังได้ตระหนักเห็นคุณค่าของวัฒนธรรมพื้นบ้านที่มีการสืบสานกันมาแต่โบราณ ถนนคนเดินเชียงใหม่ สามารถทำให้คนรุ่นใหม่หันมาสนใจใช้สินค้าภูมิปัญญาท้องถิ่นมากขึ้น เพราะงานศิลปะล้านนาเป็นงานที่เปี่ยมไปด้วยมนต์เสน่ห์ ถึงแม้จะมีการประยุกต์ให้อยู่ในรูปแบบที่แตกต่างกันออกไป แต่ก็ยังคงมีกลิ่นอายของความเป็นล้านนาที่ไม่หยุดอยู่กับที่ ด้วยเหตุนี้หัตถกรรมล้านนาจึงเป็นงานศิลปะที่ร่วมสมัย และรู้จักไปทั่วโลก
“ถนนคนเดิน” เป็นหนึ่งในแนวคิดการพัฒนาเมืองและใช้พื้นที่เมืองให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตชุมชน จนกลายเป็นที่รู้จักในฐานะแหล่งรวมงานศิลปะ รวมศิลปิน และสถานที่ที่ศิลปินอิสระจะได้ใช้เป็นเวทีในการแสดงออกทั้งงานดนตรี วรรณศิลป์ จิตรกรรม ฯลฯ ตลอดจนเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ที่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติไม่ควรพลาดที่จะมาเยี่ยมเยือน
การเดินทาง
1. รถแดงเชียงใหม่ / รถตุ๊กๆ โดยเฉพาะตรงท่าแพ จอดกันเพียบเลย
2. หากนำรถส่วนตัวมา ก็มีที่ฝากรถค่ะ รถยนต์ 30 รถจักรยานยนต์ 10 บาท สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่: ททท.สำนักงานภาคเหนือเขต1 โทร.053-248604 , 053-249607
MangMoA
mangmoa54@hotmail.com

นับวันคนกรุงอย่างฉัน เริ่มจะกลายเป็นมนุษย์คอมพิวเตอรเข้าไปทุกที กิจวัตรประจำวันวนเวียนเหมือนหุ่นยนต์ที่ถูกป้อนโปรแกรมสั่งให้ทำงานเดิมๆซ้ำๆ ตื่นเช้า ดื่มกาแฟ ขับรถไปทำงาน ผจญกับรถติด นั่งทำงานหน้าคอม กินข้าว นั่งทำงานหน้าคอม นั่งทำงานหน้าคอม นั่งทำงานหน้าคอม กินข้าว กลับบ้าน และยังต้องนั่งทำงานหน้าคอมเหมือนเดิมก่อนนอนทุกคืน จนหัวใจบอกฉันให้ออกเดินทางไปดูโลกกว้างซะบ้าง เพราะโลกที่เราอยู่นั้นไม่ได้มีแค่คอมพิวเตอร์ และการพูดจาภาษา MSN (อิๆ 555) และเมื่อหัวใจบอกให้เท้าก้าวเดิน ฉันจึงไม่รีรอที่จะเก็บเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋า สะพายเป้คู่ใจ กับสมุดบันทึกที่เป็นเหมือนเพื่อนยามเหงา และร้องเท้าผ้าใบคู่เก่าเพื่อย่ำเท้าออกเดิน

เดิน เดิน เดิน การเดินทางของฉันใช่ไม่มีจุดหมาย เพียงแค่คิดว่าจะไปไหน หัวใจก็สั่งให้มาที่นี่ซะแล้ว ‘เชียงใหม่’ เมืองในฝันของใครหลายๆคน แต่ที่นี่เป็นเมืองในฝันของมนุษย์คอมพิวเตอร์อย่างฉัน เพราะมีตรงกลางระหว่างความพอดี(ที่ลงตัว) จะเป็นเมืองก็ไม่ได้ศิวิไลสุดกู่แต่ยังมีวัฒนธรรมความเป็นอยู่ให้เห็น โดยเฉพาะงานศิลปะที่โดดเด่น ที่ใครเผลอได้มาเป็นตกหลุมรักทุกราย
ที่แรกที่พาเท้าออกเดิน ให้แสนเพลินในเมืองเชียงใหม่ก็คือที่ ‘กาดหมั้ว’ เป็นตลาดนัดรูปแบบหนึ่งของชาวล้านนาที่จัดกิจกรรมขึ้นมาเพื่อส่งเสริมสินค้าพื้นเมือง และยังมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมล้านนาให้ชมด้วย แต่ที่เรียกกาดหมั้วก็เพราะว่าเป็นกาดที่มีการจัดเป็นครั้งคราวไม่ได้มีขายกันทุกวันเหมือนตลาดอื่นๆทั่วไป และสินค้าที่วางขายก็จะเป็นไปตามรูปแบบของงาน เช่น สอดคล้องกับประเพณี วัฒนธรรมท้องถิ่น ผลผลิตการเกษตร หรือจะเป็นสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ก็ไม่ว่ากัน ขอให้ตรงคอนเซ็ปท์ ‘กาดหมั้ว’ เท่านั้นเป็นใช้ได้ เค้าจึงมีการเรียกกาดหมั้วแตกต่างกันไปตามกิจกรรมที่จัด อย่าง กาดโก้งโค้งบ้าง กาดต๋ามเทียนบ้าง กาดหมั้วอาหารเมืองบ้าง แหม..ชื่อแปลกๆทั้งนั้น

กาดหมั้ว ที่เห็นกันทุกสัปดาห์ ก็คือถนนคนเดิน ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกวันอาทิตย์บนถนนท่าแพ ยาวไปจนตลอดถนนราชดำเนิน สองข้างทางจะเต็มไปด้วยสินค้านานาชนิด ทั้งของพื้นเมือง ของใช้ ของแต่งบ้าน โปสการ์ด เสื้อผ้า ของที่ระลึก เครื่องประดับไอเดียเก๋ไก๋..สารพัด ฉันจึงเลือกย่ำเท้าเดินที่นี่ก่อนเป็นที่แรก ตามวิสัยของคนเมืองที่เรื่องช้อปเรื่องชิมไม่มีพลาดอยู่แล้ว!!
(โปรดติดตามการเดินทางของฉันต่อไปว่า ‘กาดหมั้ว’ ถนนคนเดินเชียงใหม่
จะม่วนอก ม่วนใจ๋ ทำคนเมืองหลงใหลไม่อยากกลับบ้าน)
@MangMoA