January 24, 2008

ดอกไม้บาน..ยามหนาว

Filed under: Uncategorized — mangmoa @ 9:38 pm

มาเชียงใหม่หน้าหนาวทั้งที จะไม่แวะไปดู ดอกไม้บาน..ยามหนาว ได้ยังไงล่ะ นี่ถือเป็นโปรแกรมไฮไลท์เลยนะ พูดถึงดอกไม้ใกล้ๆดอยสุเทพก็มีนี่นา ที่พระตำหนักภูพิงค์ไงล่ะ ฉันจึงไม่รอช้าต่อรถสองแถวได้ ก็รีบบึ่งขึ้นไปดูเลย 

img_00.jpgimg_02.jpgimg_05.jpg

พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศ อยู่ห่างจากวัดพระธาตุดอยสุเทพไปเพียง 4 กิโลเมตรเองค่ะ เป็นพระตำหนักที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมราชินีนาถ เวลาที่ทั้ง 2 พระองค์เสด็จแปรพระราชฐานมาเชียงใหม่  ถ้าใครมาในหน้าหนาว จะมีโอกาสได้เห็นดอกกุหลาบหลากสีส่งกลิ่นหอมอบอวลบานสะพรั่งไปทั่วพระตำหนักเชียวล่ะ แต่ครั้งนี้ฉันมาเร็วกว่ากำหนดไปหน่อยเลยอดเห็นกุหลาบบานไปอย่างน่าเสียดาย

แต่ไม่เป็นไรเมื่อไม่ได้ชมดอกไม้ที่นี่ก็ยังมีพระตำหนักทรงไทยงดงาม ให้ได้ชมเป็นขวัญตา (สามารถเดินชมรอบๆได้ แต่ห้ามเข้าไปข้างในค่ะ) ซึ่งพระตำหนักนี้ สร้างขึ้นในปี 2505 เป็นแบบเรือนไทยประยุกต์ ก่ออิฐถือปูน ยกพื้นสูงหลังคาทรงไทย ภายในประกอบไปด้วยท้องพระโรง ห้องเสวย ห้องบรรทม และห้องสรงน้ำ ตามแบบราชสำนักแต่โบราณ ถ้าใครอยากจะมาเที่ยวชมอาจต้องฟิตร่างกายสักหน่อยเพราะต้องเดินไกลพอสมควร เพราะที่นี่นอกจากจะมีพระตำหนักภูพิงค์แล้ว ยังมีพระตำหนักอื่นๆให้ชมด้วย ซึ่งแต่ละที่ค่อนข้างอยู่ห่างกันค่ะ แต่ถ้าเดินไม่ไหวเค้าก็มีรถกลอฟไว้ให้บริการ

dsc04276.jpgdsc04225.jpg

เมื่อออกมาจากพระตำหนักภูพิงค์ ฉันตั้งใจแน่วแน่ว่า ยังไงซะก็ต้องดูดอกไม้บานยามหนาวให้จงได้ เพราะเจ้ากล้องถ่ายรูปคู่ใจมันอยากได้ภาพดอกไม้งามๆไปเก็บไว้เป็นที่ระลึก และก็ช่างพอดิบพอดีที่คืนนี้ฉันจะขึ้นไปนอนที่รีสอร์ทแถวๆเส้น หางดง-สะเมิงค่ะ ซึ่งต้องผ่าน กฤษดาดอย รีสอร์ทขึ้นชื่อที่มีสมญานามว่าเป็น อุทยานในฝัน สวรรค์บนดอย โอ้..แม่เจ้า แค่ชื่อสโลแกนก็กินขาด…แล้วอย่างนี้จะพลาดได้ไง

dsc04306.jpgdsc04291.jpgdsc04237.jpg            

พอถึง กฤษดาดอย ขอบอกว่าไม่ผิดหวังจริงๆค่ะ สวยงามสมคำล่ำลือ ดอกไม้เยอะมากเรียกว่าเป็นอุทยานดอกไม้ก็ว่าได้ เต็มไปด้วยดอกไม้นานาชนิดหลากสีสัน และรายล้อมไปด้วยบ้านพักน้อย-ใหญ่ ที่เค้าตั้งชื่อไว้ได้อย่างเก๋ไก๋ อย่าง บ้านโอบฟ้า บ้านแอบฟ้า บ้างอิงฟ้า บ้านคูฟ้า ที่ฟังแล้วดูแล้วโรแมนติกน่านอนอย่าบอกใคร (แต่พอเห็นราคาแล้วขอคิดอีกหน่อยดีกว่า 555) นอกจากที่นี่จะมีดอกไม้เยอะแล้วยังมีดอกไม้เมืองหนาวที่หาชมได้ยากให้ชมด้วยอย่าง ดอกทิวลิปที่นำมาจากประเทศเนเธอร์แลนด์กว่า 9 สายพันธุ์    หรือจะเป็นดอกลิลลี่ที่นำเข้ามาจากอเมริกาที่มีความพิเศษตรงที่ดอกมีขนาดใหญ่ และส่งกลิ่นหอมสดชื่น ละยังมีพันธ์ไม้และดอกไม้เมืองหนาวอีกมากมายหลายชนิดที่ช่วยเสริมความงามแต่งแต้มสีสันให้ขุนเขาแห่งนี้กลายเป็นสวรรค์บนดินที่ปกคลุมไปด้วยไอหมอกและดอกไม้

สำหรับนักท่องเที่ยวท่านไหนที่อยากแปลงกลายให้เข้ากับบรรยากาศ ก็สามารถเลือกเครื่องแต่งกายประกอบฉากได้ตามชอบใจ มีทั้งชุดชาวเขา ชาวแม้ว และเด็กดอย หรือแม้แต่ชุดเจ้านางทางเหนือให้เช่าใส่ถ่ายรูป แถมยังมีบริการแต่งหน้าทำผมให้เสร็จสรรพ รับประกันคุณภาพว่าภาพออกมาต้องสวยแน่ ก็แหม..มีอุปกรณ์ประกอบฉากพร้อมสรรพขนาดนั้น ถ้าออกมาไม่ดีคงต้องโทษที่คนถ่ายแล้วล่ะ ฉันจึงได้มุมถ่ายภาพอีกเพียบ แต่ก็ไม่ได้หาอุปกรณ์มาประกอบฉากหรอกนะค่ะ ขอแค่แบ๊คกราวด์เป็นวิวดอกไม้สวยๆก็พอ คนไม่สวยไม่เป็นไร ไปแต่งเติมกันได้ใน PhotoShop (555) กลับไปที่พักคืนนี้คงต้องนอนหลับฝันดีแน่ๆ ได้ดูดอกไม้จนอิ่มตา แถมยังได้ถ่ายรูปมาจนเต็มเมมโมรี่การ์ด แล้วอย่างนี้จะไม่ให้หลงรัก ดอกไม้บานยามหนาวได้ยังไงกัน 

 @MangMoA

January 16, 2008

ฮ้อสองแถว..เบิ่งพระธาตุดอยสุเทพ

Filed under: ท่องเที่ยวไทย — mangmoa @ 12:37 pm

img_9226.jpg 

เมื่อตะลุยค่ำคืนของเมืองเชียงใหม่เป็นที่หนำใจแล้ว เพื่อความเป็นสิริมงคลเช้านี้ฉันจึงไม่พลาดการนั่งรถสองแถวแดงไปไหว้พระธาตุดอยสุเทพ แหม..ไอ้ครั้นจะเหมารถขึ้นไปก็ค่อนข้างแพงเอาการอยู่ก็เมื่อคืนใช้เงินที่กาดหมั้วถนนคนเดินอย่างม่วนอกม่วนใจ สบายใจ แต่ไม่สบายกระเป๋า(สตางค์) มารู้สึกตัวอีกทีเงินในกระเป๋าก็โบกมือบ๊ายบายออกไปมากโข ทริปนี้ก็คงต้องเที่ยวอย่างจำกัดจำถี่น่าดู แต่..ไม่เป็นไร ไหนๆมาแบบลุยๆทั้งที เที่ยวแบบนี้ซิถึงจะมีสีสัน ไปไหนไปกัน ขอเลือกแพ็คเกจราคาประหยัด โดยใช้ปากถามผู้รู้ในท้องถิ่นจึงได้ทราบว่าถ้าจะขึ้นไปดอยสุเทพด้วยรถสองแถวต้องไปขึ้นที่หน้าสวนสัตว์เชียงใหม่ ที่นั่นมีคิวรถจอดเพียบ สงวนราคาก็แค่คนละไม่เกิน 50 บาท แต่ถ้าอยากเหมาไปต่อที่พระตำหนักภูพิงค์ และดอยปุยเค้าก็แพ็คเกจให้เลือกด้วย แต่ขอไปไหว้พระก่อนแล้วกันนะ วันนี้วางแผนการเที่ยวค่อนข้างจำกัด (ทั้งจำกัดเงินและจำกัดเวลา)

             จริงๆที่พระธาตุดอยสุเทพฉันก็เคยมาหลายทีแล้วล่ะ แต่ถือคติอย่างคนไทยไปไหนต้องรู้จักไปลามาไหว้ มาเชียงใหม่ทั้งทีจะไม่มาเคารพสิ่งศักดิ์สิทธ์ที่นี่ก็คงกระไรอยู่ เรื่องไหว้พระเข้าวัดแม้จะไม่สันทัดเท่าไหร่แต่ก็เป็นวิสัยของชาวพุทธที่พึงจะต้องปฏิบัติ เอาล่ะ..ไม่พูดพร่ำทำเพลงแล้วนะเราไปทำบุญกันเลยดีกว่า

img_9241.jpgimg_9230.jpgimg_9236.jpg

เมื่อถึงวัดพระธาตุดอยสุเทพถึงแม้ว่าจะไม่ได้มานานแล้วก็ตามเหอะ แต่ก็ไม่ค่อยเห็นความเปลี่ยนแปลงเท่าไหร่ ที่นี่ยังคงความเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธ์งดงาม และเต็มไปด้วยผู้คนที่เดินทางมาไม่ขาดสาย ส่วนบันไดทางขึ้นก็ยังคงสูงลิ่วเหมือนเดิม แต่ที่เปลี่ยนไปเห็นจะเป็นกระเช้าลอยฟ้าที่เค้าทำขึ้นใหม่ให้บริการสำหรับคนที่ไม่ต้องการเดินขึ้นไปให้เหนื่อย หรือคนที่เดินไม่ไหว อย่างเด็กๆและคนชราที่เสียเงินเพิ่มอีกหน่อยก็ได้รับความสะดวกสบายดีเหมือนกัน แต่สำหรับฉันไม่ต้องบอกก็พอจะเดาได้ว่าเลือกอย่างไหน…ต้องเดินขึ้นแน่นอน เพราะรสชาติของชีวิตอยู่ที่การพิชิตหัวใจตัวเอง 555 (มาเป็นสำนวนเลย) การเดินขึ้นก็ดีอย่าง…ถือเป็นการพิสูจน์สมรรถภาพของเราเอง ในทุกๆครั้งที่มา จะได้รู้ว่าร่างกายและสังขารของเรายังฟิตแอนด์เฟิร์มดีอยู่รึเปล่า แรกๆก็ดีอยู่หรอกแต่พอจวนจะถึงก็เล่นเอาหอบไปหลายแฮกเหมือนกัน (แฮกๆๆ)

           วันนี้ที่มาได้เห็นเค้าทำพิธีบวชนาคกันด้วย แอบเห็นคนเป็นแม่นาคน้ำตาคลอ รู้สึกปลื้มใจแทน แต่ไม่ได้ไปร่วมขบวนแห่กับเค้าหรอกนะ การบวชนาคแบบนี้ก็ดูขลังศักดิ์สิทธ์ดี ไม่เอะอะมะเถิ้ง ฮิ้วโห่กันให้วุ่นวาย ฝรั่งหลายคนหยิบกล้องมาเก็บภาพกันอุดตลุดคงจะสงสัยว่าเค้าทำอะไรกันหว่า ไอ้เราก็ไม่เก่งภาษาอิงลิชซะด้วย ไม่งั้นจะเข้าไปฟุดฟิดฟอร์ไฟให้พี่แกเข้าใจสักหน่อย ก็เลยปล่อยให้พี่แกงงต่อไป ขอตัวไปไหว้พระข้างในก่อนแล้วกัน

img_9234.jpgimg_9231.jpgimg_9238.jpg

                เมื่อไหว้พระทำบุญจนอิ่มอกอิ่มใจ ก็เดินออกมาดูวิวทิวทัศน์ข้างนอก ที่เห็นเมืองเชียงใหม่มุมสูงในเวลากลางวัน เสียดายถ้าเป็นตอนกลางคืนคงสวยน่าดู คืนนี้ต้องหาสถานที่ดีๆดูวิวเชียงใหม่ยามค่ำคืนให้ได้ เวลาการมาเที่ยวทริปนี้ก็มีไม่มากนัก เพราะอีกไม่กี่วันก็ต้องกลับแล้ว ก็จะทำยังไงได้สถานะภาพของฉันตอนนี้ยังเป็นมนุษย์เงินเดือนอยู่เลย จะไปไหนมาไหนทีไม่ได้มีเวลาเหลือเฟือ เป็นทัวร์แบบโฉบๆ เฉียดๆฉิวๆ แต่ก็ขอเที่ยวชิวๆตามใจตัวเองสักหน่อย เอาไว้ได้หยุดพักร้อนหลายๆวันเมื่อไหร่จะเที่ยวแบบเลาะตะเข็บทุกซอกทุกมุมเชียงใหม่ให้หนำใจไปเลย โอ๊ย..มัวแต่ฝอย มองนาฬิกาข้อมือบอกเวลาเที่ยงกว่าแล้ว ยังไม่ไปถึงไหนเลย เอ้ารีบไปต่อเร็ว เพราะหลวมตัวมาทัวร์กับฉันเป็นทัวร์แบบ Fast Speed ลืมทัวร์หวานเย็นไปเลย ว่าแต่มาเชียงใหม่หน้าหนาวอย่างนี้…จะไม่ไปดูดอกไม้บานยามหนาวได้ยังไงล่ะ เสียเที่ยวแย่                                                                                                                          

@MangMoA

January 3, 2008

‘‘กาดหมั้ว’ ถนนคนเดิน (2)

Filed under: ท่องเที่ยวไทย — mangmoa @ 3:49 pm

เมื่อตั้งใจย่ำเท้าออกเดินตะลุยเชียงใหม่ยามค่ำคืน “ถนนคนเดิน” หรือ กาดหมั้วของชาวเชียงใหม่ จึงเป็นช้อยแรกที่เลือกอย่างไม่ต้องสงสัย ก็จะทำยังไงได้ ในเมื่อคนกรุงอย่างฉันเพิ่งหลุดออกมาจากกรุงเทพเมืองศิวิไล เห็นแสงสีเป็นไม่ได้ต้องตรงรี่เข้าใส่ด้วยหัวใจพองโต ของที่เอามาขายส่วนใหญ่ก็จะเป็นงาน Hand Made จะมีบ้างที่มีชาวบ้านทำมาขายเป็นงานหัตถกรมแท้ๆฝีมือช่างสล่าบ้าน (เป็นชื่อที่ใช้เรียกช่างชาวล้านนา) มีทั้งงานไม้ งานปั้น งานแกะสลัก จักสานมากมายแต่ที่ม่วนอกม่วนใจจนต้องยกนิ้วให้ ก็คืองานแกะสลักไม้ เพราะที่นี่เค้าขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งไม่เป็นสองรองใคร ไม่เชื่อก็ไปพิสูจน์กันได้ถึงแหล่ง “บ้านถวาย” อาจได้ของติดไม้ติดมือชิ้นใหญ่เป็นเฟอร์นิเจอร์ไม้กลับบ้าน

1.jpg5.jpg12.jpg7.jpg

แต่ก็ใช่ว่าถนนคนเดินแห่งนี้จะมีแต่งานของช่างพื้นบ้าน งานฮิบ แนวๆ ในแบบของวัยรุ่น ก็มีให้เห็นกับเค้าเหมือนกัน เป็นฝีมือของคนรุ่นใหม่ที่รู้จักประยุกต์เอาภูมิปัญญาพื้นบ้านบวกกับความคิดสร้างสรรค์ จนได้ชิ้นงานไอเดียเก๋ไก๋ไม่เหมือนใคร จะว่าไปที่นี่ก็คล้ายๆกับตลาดนัดศิลปะดีๆนี่เอง เหมาะสำหรับนักช็อปผู้ชื่นชอบงานศิลปะเกือบทุกแขนง มีผลงานของศิลปินทั้งเก่า-ใหม่เปิดแสดงผลงานให้ชมให้ช็อปตลอด 2 ข้างทาง ยาวเหยียดเป็นกิโล

10.jpg2.jpg11.jpg8.jpg

เมื่อเดินกันจนเหมื่อยขาก็ต้องหาอะไรอร่อยๆทานกัน ที่นี่ก็มีให้เลือกมากมายค่ะ ไม่ว่าจะเป็น ขนมจีนน้ำเงี้ยวน้ำยา ของทานเล่น สารพัดสารเพ แต่ที่เตะตาถูกปากกระชากกระเพาะก็เห็นจะเป็น “ไข่ป่าม” (ป่ามมาจากภาษาเมือง แปลว่า ปิ้ง) หน้าตาคล้ายๆห่อหมก แต่ไม่ใช่ห่อหมกนะค่ะ เป็นไข่ปิ้งปรุงรส ซึ่งเค้าจะตอกไข่ใส่เครื่องปรุงตามที่เราชอบ มีทั้งไข่ป่ามรังผึ้ง ไข่ป่ามปู่อัด ไข่ป่ามเห็ดหอม ไข่ป่ามปลาหมึก ไข่ป่ามกุ้ง หรือแม้แต่ไข่ป่ามโฮ๊ะ (แกงโฮ๊ะอาหารเหนือ) เสร็จแล้วก็เทใส่ใบตองที่ทำเป็นกระทงไว้ แล้วนำไปปิ้งเท่านี้ก็จะได้ไข่ป่ามอร่อยๆหอมกลิ่นใบตองมาทานแล้ว อันนี้เป็นเมนูแนะนำที่ใครมาถนนคนเดินห้ามพลาด อร่อยถูกปากได้รสชาติอาหารพื้นเมือง

ที่ถนนท่าแพนี้ จะจัดกิจกรรมถนนคนเดินแบบนี้ เฉพาะในวันอาทิตย์เย็นเท่านั้น ตั้งแต่เวลาประมาณบ่าย 3- 4 ทุ่ม โดยเค้าจะปิดถนนให้ผู้คนเดินซื้อสินค้าพื้นเมืองกันอย่างคึกคัก เพื่อกระตุ้นและส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน ปลุกกระแสวัฒนธรรมล้านนาให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง สังเกตุได้จากตลอดถนนทั้งสายมีการแสดงวัฒนธรรมพื้นบ้านให้เห็นกันเป็นระยะ ทั้งฟ้อนรำ รำดาบ หรือการแสดงดนตรีท้องถิ่น ที่มีพ่ออุ้ยแม่อุ้ย หนุ่มสาวชาวเหนือและเด็กๆ มาเปิดมินิคอนเสิร์ต ทั้งแบบล้านนาและสากลให้ได้ชมเป็นขวัญตา ถือเป็นเวทีแสดงออกที่น่าชื่นชมทีเดียวค่ะ

9.jpg15.jpg3.jpg14.jpg

นอกจากนี้บริเวณอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ก็ยังได้จัดการแสดงศิลปพื้นเมืองให้ผู้ที่สัญจรไปมาได้ชมทุกสัปดาห์ด้วย บางทีก็มีการสาธิตงานฝีมือต่างๆ อย่าง การแกะสลักลวดลายบนไม้ ภาชนะเครื่องเงิน เครื่องเขิน ต่างๆให้ได้อึ้งทึ่งในความสามารถของเหล่าบรรดาช่างสล่าบ้าน แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้ถนนท่าแพแตกต่างจากย่านการค้าอื่นใน จ.เชียงใหม่ก็คือ ถนนเส้นนี้เป็นถนนเศรษฐกิจเก่าแก่ ที่มีประวัติความเป็นมายาวนาน เป็นถนนสายวัฒนธรรม ที่รื้อฟื้นและปลูกฝังให้เยาวชนคนรุ่นหลังได้ตระหนักเห็นคุณค่าของวัฒนธรรมพื้นบ้านที่มีการสืบสานกันมาแต่โบราณ ถนนคนเดินเชียงใหม่ สามารถทำให้คนรุ่นใหม่หันมาสนใจใช้สินค้าภูมิปัญญาท้องถิ่นมากขึ้น เพราะงานศิลปะล้านนาเป็นงานที่เปี่ยมไปด้วยมนต์เสน่ห์ ถึงแม้จะมีการประยุกต์ให้อยู่ในรูปแบบที่แตกต่างกันออกไป แต่ก็ยังคงมีกลิ่นอายของความเป็นล้านนาที่ไม่หยุดอยู่กับที่ ด้วยเหตุนี้หัตถกรรมล้านนาจึงเป็นงานศิลปะที่ร่วมสมัย และรู้จักไปทั่วโลก

 “ถนนคนเดิน” เป็นหนึ่งในแนวคิดการพัฒนาเมืองและใช้พื้นที่เมืองให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตชุมชน จนกลายเป็นที่รู้จักในฐานะแหล่งรวมงานศิลปะ รวมศิลปิน และสถานที่ที่ศิลปินอิสระจะได้ใช้เป็นเวทีในการแสดงออกทั้งงานดนตรี วรรณศิลป์ จิตรกรรม ฯลฯ ตลอดจนเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ที่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติไม่ควรพลาดที่จะมาเยี่ยมเยือน

การเดินทาง

1. รถแดงเชียงใหม่ / รถตุ๊กๆ โดยเฉพาะตรงท่าแพ จอดกันเพียบเลย

2. หากนำรถส่วนตัวมา ก็มีที่ฝากรถค่ะ รถยนต์ 30 รถจักรยานยนต์ 10 บาท สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่: ททท.สำนักงานภาคเหนือเขต1 โทร.053-248604 , 053-249607

MangMoA

mangmoa54@hotmail.com